เทคนิคการปลูกและการดูแล “ส้มเขียวหวานสีทอง”

จังหวัดสุโขทัย เป็นแหล่งปลูกส้มเขียวหวานสีทองแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูก 22,592 ไร่ แหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่อำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอเหนือสุดของจังหวัดสุโขทัย เขตติดต่ออำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ซึ่งก็มีพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานสีทองมากเช่นกัน ทั้ง 2 อำเภอ จึงเป็นดินแดนแห่งการผลิตส้มเขียวหวานสีทอง

คุณสมพงษ์ ปลาป๊อก อายุ 40 ปี ได้เล่าถึงความเป็นมาของการปลูกส้มเขียวหวานสีทองว่า ปลูกส้มเขียวหวานสีทองกันมาเกือบ 65 ปี ตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า ก่อนหน้านั้นปลูกพืชตระกูลถั่ว พืชไร่ ข้าวโพด กล้วย ต่อมามีผู้นำกิ่งพันธุ์ส้มเขียวหวานมาจากบางมด (ปัจจุบันคือ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ) จึงเปลี่ยนมาปลูกส้มแทนจากการปลูกถั่วมาก่อน พื้นดินบริเวณนี้จึงมีความอุดมสมบูรณ์และพื้นที่ทั้งตำบลแม่สิน เป็นพื้นที่ราบและที่ลาดเชิงเขา มีแม่น้ำยมและลำห้วยแม่สินไหลผ่าน ยิ่งช่วยให้พื้นที่มีความเหมาะสมแก่การปลูกส้มเขียวหวานสีทอง

จากส้มเขียวหวานบางมด กลายมาเป็นส้มเขียวหวานสีทองได้อย่างไร ? ผู้เขียนตั้งคำถามด้วยความสงสัย ผู้ใหญ่สมพงษ์ บอกว่าตัวแปรหลักคือ สภาพอากาศ ช่วงอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิ 14-20 องศาเซลเซียส ยิ่งหนาวเย็นส้มเขียวหวานยิ่งออกสีทอง กับอีกสิ่งหนึ่งคือบริเวณสวนส้มตำบลแม่สิน มีบ่อน้ำร้อนอยู่ 2 แห่ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นผลสีทองของส้มก็เป็นได้ และที่สำคัญขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของเกษตรกรผู้ปลูกไม่ให้มีโรค/แมลง มารบกวน

ผู้ใหญ่สมพงษ์ อธิบายว่า สภาพพื้นที่ ดิน อุณหภูมิ สิ่งแวดล้อม แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ตามที่ธรรมชาติบ่งบอกไว้ สภาพพื้นที่ตำบลแม่สินมีปัจจัยเกื้อหนุนหลายประการ หากมีใครนำกิ่งพันธุ์ส้มเขียวหวานจากที่นี่ไปปลูกอาจได้ผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่งก็เป็นไปได้

แนวทางการปลูกส้มนั้น ควรนำดินไปตรวจวิเคราะห์สภาพดิน เพื่อหาค่า pH และธาตุอาหารในดินก่อน แล้วจัดการปรับปรุงดิน ตามคำแนะนำ แต่อย่างน้อยก็ต้องมีการปรับปรุงดินให้มีอินทรียวัตถุด้วยปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก แล้วจึงไถพรวนดิน ปรับพื้นที่ให้เรียบ จัดวางแนวปลูกระยะ 3×6 เมตร ขุดหลุม กว้างxยาวxลึก (50 เซนติเมตร) ใช้ปุ๋ยหมักรองก้นหลุมและผสมดินที่ขุดขึ้นมากองไว้ด้วยปุ๋ยหมัก แล้วโกยลงไปในหลุมตามเดิม แหวกกลางหลุม นำกิ่งพันธุ์ส้มลงปลูกใช้หลักปัก ผูกยึดด้วยเชือกกันลมพัด อาจทำให้โยกคลอนได้ รดน้ำพอชุ่ม ใช้ฟางข้าวคลุมโคนต้น จัดทำระบบน้ำเมื่อจำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน

การใส่ปุ๋ย

ผู้ใหญ่สมพงษ์ บอกว่า สวนส้มของสมาชิกจะใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดตามค่าความวิเคราะห์ดิน โดยหลังจากได้มีการตรวจวิเคราะห์สภาพดินแล้ว ก็จะคำนวณอัตราปุ๋ยที่จะใส่ให้แก่ส้มเขียวหวานสีทองตามขนาดและอายุของต้น ด้วยขั้นตอนดังนี้ ตรวจสอบข้อมูลชุดดินเพื่อต้องการรู้ลักษณะดิน ศักยภาพดิน ความลึก เนื้อดินในพื้นที่ตำบลแม่สิน เป็นดินบนพื้นที่ดอน และเป็นเนินเขา มีการระบายน้ำดีปานกลาง จากนั้นตรวจสอบปริมาณธาตุอาหาร ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) ในดินและความเป็นกรด-ด่าง (pH) เพื่อต้องการรู้ว่าดินในพื้นที่ตำบลแม่สิน ของสมาชิกแต่ละราย ณ เวลานั้น มีธาตุอาหารดังกล่าวในปริมาณเท่าไร และไปจัดซื้อแม่ปุ๋ยที่ต้องการใช้ คือ แม่ปุ๋ย (N) 46-0-0 แม่ปุ๋ย (P) 18-46-0 แม่ปุ๋ย (K) 0-0-60 มาผสม โดยการตวงแม่ปุ๋ย เทซ้อนกันเป็นชั้นๆ ใช้พลั่วเกลี่ยจากชั้นบนสุดลงมาทีละชั้น เกลี่ยกองปุ๋ยกลับไปมาซ้ำๆ กัน 2-3 ครั้ง จากนั้นตักใส่กระสอบนำไปใส่ต้นส้มเขียวหวานสีทองได้ทันที ทั้งนี้ จะใส่พร้อมกับปุ๋ยอินทรีย์ ต้นละ 2-5 กิโลกรัม

ผู้ใหญ่สมพงษ์ ยังกล่าวเสริมว่า การใช้ปุ๋ยสั่งตัดมีประโยชน์หลายประการคือ ลดต้นทุนการผลิต ไม่มีวัสดุตัวเติม (filler) ใช้ปุ๋ยจำนวนพอดีกับความต้องการของต้นส้มเขียวหวานสีทอง ทำให้ต้นส้มเจริญเติบโตได้ดี ลดปัญหาโรคแมลง ได้ผลผลิตสูง 1 ไร่ ได้ปริมาณส้มเขียวหวานสีทองถึง 6,000 กิโลกรัม

ส้มเขียวหวาน อายุ 4 ปี เริ่มให้ผลผลิต จึงต้องดูแลจัดการแต่ละช่วงของฤดูการผลิต ดังนี้

การดูแลปฏิบัติต่อส้มเขียวหวานสีทองตามช่วงเวลาการให้ผลผลิต

ผลผลิต รุ่นที่ 1 ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม
ต้นส้มจะเริ่มออกดอกในเดือนธันวาคม ใช้ระยะเวลาประมาณ 8 เดือน จึงเก็บผลผลิตได้

การดูแล

  1. ตัดแต่งกิ่ง โดยเฉพาะกิ่งแขนงที่รกทึบ กิ่งด้านล่างและกลางลำต้น กิ่งปลายที่ห้อยลงดิน กิ่งคดงอ กิ่งกระโดง กิ่งที่เป็นโรคและแมลงรบกวน
  2. ฉีดพ่นฮอร์โมน ธาตุอาหาร เพื่อสะสมอาหาร
  3. ใส่ปุ๋ย ที่มีสูตรตัวหน้า (N) และตัวกลาง (P) สูง ใส่ตามขนาดอายุต้น เช่น ส้มอายุ 10 ปี ใส่ต้นละ 1-2 กิโลกรัม โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง และใส่ปุ๋ยคอกร่วมด้วย
  4. ให้น้ำ ปริมาณตามอายุของต้น
  5. เมื่อส้มออกดอก ให้ดูธาตุอาหารที่ส้มต้องการ และการแสดงอาการขาดธาตุอาหาร
  6. ฉีดพ่นสารกำจัดแมลง ป้องกัน/กำจัดพวกหนอน เพลี้ยไฟ ไรแดง (ถ้ามี) ช่วงติดผลอ่อน
  7. กำจัดวัชพืชไม่ให้เป็นที่หลบซ่อนของแมลง

ทั้งนี้ แต่ละพื้นที่ของการปลูกส้มเขียวหวานมีความแตกต่างกัน ต้องอิงกับหลักธรรมชาติให้มากที่สุด ถ้าไม่มีโรคหรือแมลงรบกวน ก็จะไม่ใช้สารเคมีใดๆ

เดือนมกราคม ช่วงส้มเขียวหวานติดผลอ่อน จนถึงส้มได้ขนาด เบอร์ 4

การดูแล

  1. ตัดแต่งกิ่ง
  2. ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดโรค/แมลง (ตามสถานการณ์ที่เกิด) 30-60 วัน/ครั้ง
  3. ฉีดพ่นฮอร์โมนทางใบให้ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม 3-4 ครั้ง เพื่อเพิ่มรสชาติ
  4. ใส่ปุ๋ยหมัก 1 ถัง/ต้น
  5. ดูว่าเกิดเชื้อราที่ขั้วผลหรือไม่
  6. ถ้าผลส้มติดมาก เด็ดออกบ้าง ให้เหลือก้านละ 1 ผล หรือเด็ดผลที่เป็นโรคออกไปทำลายเสีย

เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม เป็นส้มขนาด เบอร์ 3, 4 การดูแลเช่นเดียวกันกับช่วงเดือนมกราคม

เดือนเมษายน-พฤษภาคม เป็นส้มขนาด เบอร์ 2, 3 และส้มรุ่นที่ 2 จะเริ่มออกดอกเดือนพฤษภาคม

การดูแล

  1. ดูแลไม่ให้เกิดเพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยอ่อน
  2. ให้น้ำช่วงหน้าแล้ง 10 วัน/ครั้ง หรือเดือนละ 2-3 ครั้ง
  3. ถ้าผลส้มติดดกมาก ก็เก็บขายได้ เพื่อนำไปทำน้ำส้มคั้น รสชาติของส้มจะมีรสเปรี้ยวนำ

เดือนมิถุนายน-สิงหาคม

การดูแล

  1. ใส่ปุ๋ยสั่งตัดตามค่าวิเคราะห์ดิน และให้อาหารเสริมต่างๆ
  2. จัดการค้ำกิ่งส้ม เริ่มรับน้ำหนักมากขึ้น กิ่งอาจหักได้
  3. เก็บผลส้มขาย เป็นส้มคั้นน้ำบ้าง
  4. ตรวจดูอาการจากโรคต่างๆ ของต้นส้ม ว่าแสดงอาการใดบ้าง รวมทั้งแมลงต่างๆ อาจมารบกวน เช่น หนอนผีเสื้อมวนหวาน แมลงวันทอง เป็นต้น

เดือนกันยายน-พฤศจิกายน ส้มเริ่มได้คุณภาพ 60-70% รสชาติหวานอมเปรี้ยว และส้มรุ่นที่ 3 จะออกดอกเดือนตุลาคม

การดูแล

  1. กำจัดวัชพืชด้วยการตัดหญ้า
  2. ปลายฝนต้นหนาว อาจมีโรค/แมลง ต้องขยันตรวจดู อาจพบเชื้อราทำลายขั้วผล หนอนชอนใบ
  3. ใช้สารชีวภัณฑ์ฉีดพ่น เป็นการป้องกัน ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราบิวเวอเรีย
  4. งดฉีดพ่นสารเคมีทุกชนิด

เดือนธันวาคม ผลส้มมีรสชาติหวาน ได้คุณภาพ 100%

การดูแล

  1. เก็บผลส้มโดยใช้มือเด็ดผลทีละผล เด็ดผลชี้ขึ้นหรือบิดขึ้น จะไม่ทำให้ขั้วส้มเสียหาย และไม่ใช้อุปกรณ์ใดๆ ตัดขั้ว

จากการประเมิน พบว่า ถ้าใช้มือเด็ดทีละผล จะเก็บได้ 250 กิโลกรัม/คน/วัน ถ้าใช้กรรไกรตัดขั้วส้ม จะเก็บได้เพียง 100 กิโลกรัม/คน/วัน

  1. การใช้มือเด็ดผล เพื่อจะได้ตรวจสอบดูด้วยว่า ส้มผลใดดีหรือเสีย จากโรค/แมลง ซึ่งจะได้ผลส้มที่มีคุณภาพ

ผลส้มเขียวหวานที่มีสีทอง คือส้มที่เก็บผลในช่วงเดือนมกราคม อันเนื่องมาจากสภาพอากาศ หากมีอุณหภูมิ 14-20 องศาเซลเซียส หรือยิ่งหนาวเย็นเท่าไร ผิวส้มก็จะยิ่งออกสีเหลืองทอง

ส้มเขียวหวานสีทอง ที่บ้านแม่สิน ศรีสัชนาลัย จะเก็บผลผลิตได้ 3 รุ่น คือ

  • รุ่นที่ 1  ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม สีผิวผลส้มจะออกสีน้ำตาล มีกระคล้ายส้มบางมด
  • รุ่นที่ 2  ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน เป็นผลผลิตส้มที่มีรสชาติอร่อยที่สุด คือหวานจัด เป็นช่วงที่มีฝนน้อย สีผิวผลส้มสวยเป็นสีทองจากสภาพอากาศหนาวเย็น
  • รุ่นที่ 3  ช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน ผลผลิตส้มช่วงนี้ จะเก็บขายเป็นส้มคั้นน้ำ ผิวผลส้มจะมีสีเขียวปกติทั่วไป

ผลส้มเขียวหวานสีทอง จะถูกคัดด้วยเครื่องคัดแยกตามขนาดเป็นเบอร์ต่างๆ ดังนี้

  • เบอร์ 00 หรือเป็นผลส้มเบอร์ใหญ่สุด วัดขนาดผล 6-9 เซนติเมตร
  • เบอร์ 0 วัดขนาดผล 6-4 เซนติเมตร
  • เบอร์ 1 วัดขนาดผล 5-9 เซนติเมตร
  • เบอร์ 2 วัดขนาดผล 5-4 เซนติเมตร
  • เบอร์ 3 วัดขนาดผล 4-9 เซนติเมตร
  • เบอร์ 4 วัดขนาดผล 4-5 เซนติเมตร
  • เบอร์ 5 วัดขนาดผล 3.8 เซนติเมตร

ปริมาณการผลิตส้มเขียวหวานสีทองของสวนผู้ใหญ่สมพงษ์ ได้ปีละ 50 ตัน ผลผลิตจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม จำนวน 10 ตัน และช่วงเดือนมกราคม-เมษายน จำนวน 40 ตัน  หากรวบรวมผลผลิตส้มของสมาชิกกลุ่ม ได้ดังนี้ (รวม 1,000 ตัน)

  • ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม จำนวน 300 ตัน
  • ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน จำนวน 500 ตัน
  • ช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน จำนวน 200 ตัน

เกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานสีทอง อีกรายหนึ่งที่ผู้ใหญ่สมพงษ์นำผู้เขียนไปเยี่ยมชมสวนคือ สวนของ คุณธนากร น้อยเขียว อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 7 บ้านผาคำ ตำบลแม่สิน ปลูกส้มเขียวหวานสีทอง จำนวน 29 ไร่ มีหลายแปลง แต่ละแปลงปลูกส้มเหลื่อมอายุกัน ผู้เขียนเห็นสวนส้มแห่งนี้แล้ว บอกได้ว่ามีคุณภาพจริงๆ ผลส้มที่กำลังรอเก็บมีขนาดใหญ่ ชนิดเบอร์ 00 เลยทีเดียว และยังมีผลส้มขนาดรองลงมาติดผลอยู่บนต้นอีกเป็นจำนวนมาก

สวนส้มของคุณธนากร เป็นสมาชิกแปลงใหญ่และได้รับใบรับรองมาตรฐาน GAP แล้ว แต่คุณธนากรเลือกที่จะปลูกส้มเขียวหวานสีทองไร้สาร “ผมใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดแต่เพียงอย่างเดียว 1 ปี ใส่ปุ๋ย 3 ครั้ง สารเคมีกำจัดโรคและแมลงไม่ได้ใช้เลย มีแมลงรบกวนบ้าง ตั้งใจจะนำน้ำหมักสมุนไพรมาฉีดพ่น เป็นการป้องกันไว้ก่อน ส่วนหญ้านั้นใช้วิธีตัด” หากสนใจสามารถติดต่อคุณสมพงษ์ ปลาป๊อก ได้ที่ บ้านเลขที่ 295 หมู่ที่ 12 บ้านปากสิน ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โทรศัพท์ (087) 840-0372

 

ที่มา  https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_38861

Leave a comment

Related Posts