เพาะ “เห็ดเข็มทอง” ทำง่าย ไม่วุ่นวาย

การแยกเชื้อ เชื้อเห็ดเข็มเงิน สายพันธุ์ที่นำมาศึกษานี้นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ในรูปก้อนเชื้อบรรจุในขวดพลาสติก ทำการแยกเชื้อบริสุทธิ์และศึกษาลักษณะทางชีววิทยาเบื้องต้นไว้ แม่เชื้อเห็ดเข็มเงินในอาหารวุ้น พี ดี เอ เจริญเต็มจากแก้วขนาด 9 เซนติเมตร ภายในเวลา 10 วัน ขยายต่อลงในเมล็ดข้าวฟ่าง ซึ่งเส้นใยเมล็ดเห็ดเข็มเงินเจริญเต็มเมล็ดข้าวฟ่าง 100 กรัม ในเวลา 12 วัน

การเตรียมอาหาร วัสดุที่ใช้ผสมเป็นอาหารเพาะเลี้ยงเห็ดเข็มเงิน ประกอบด้วย ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 75 กิโลกรัม รำละเอียด 20 กิโลกรัม ข้าวโพดอบ 5 กิโลกรัม และน้ำ 60 กิโลกรัม วัสดุทั้งหมดนี้ นำมาคลุกให้เข้ากันอย่างดี จะมีความชื้น 60-65% นำอาหารที่เตรียมแล้วนี้ไปบรรจุในถุงพลาสติกทนร้อน ขนาด 7×12 นิ้ว อาจบรรจุในพลาสติกได้อัดให้แน่นจะได้ปริมาณอาหารถุงละ 600 กรัม (วิธีบรรจุ เช่นเดียวกับการเตรียมถุงอาหารเห็ดโดยทั่วไป) ใส่คอขวด ปิดจุกสำลี

การนึ่งอาหาร ถุงอาหารขี้เลื่อยผสมที่เตรียมไว้แล้วนี้ นำไปผ่านการฆ่าเชื้อ โดยนึ่งในหม้อนึ่งไม่อัดความดัน อุณหภูมิประมาณ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ชั่วโมง หรือนึ่งด้วยหม้อนึ่งอัดความดัน อุณหภูมิประมาณ 212 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง

การใส่เชื้อเห็ดเข็มเงิน ถุงอาหารขี้เลื่อยผสม ซึ่งผ่านการนึ่งแล้วทิ้งไว้ให้เย็นลง นำมาใส่เชื้อเห็ดเข็มเงินที่เจริญในเมล็ดข้าวฟ่าง ถุงละ 15-20 เมล็ด

การบ่ม นำถุงขี้เลื่อยซึ่งใส่เชื้อเห็ดเข็มเงินแล้ว ไปบ่มในห้องอุณหภูมิประมาณ 20-21 องศาเซลเซียส

การปฏิบัติในระยะให้ผลผลิต เมื่อเส้นใยเห็ดเข็มเงินเจริญเต็มถุง ย้ายถุงเพาะเลี้ยงไปยังห้องเปิดดอก อุณหภูมิ 13-15 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80-85% เปิดจุกสำลีออก เมื่อเกิดดอกเล็ก ๆ ให้แสงและถอดคอขวดออก ปล่อยให้ดอกสูงประมาณ 2-3 เซนติเมตร จึงใช้ม้วนกระดาษสวมครอบถุงเห็ด ก้านดอกจะชูหาแสงสว่าง ทำให้ก้านยาวและหมวกดอกโตอย่างสมบูรณ์ ช่วงนี้ปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นเป็น 16-18 องศาเซลเซียส

การเก็บดอกเห็ด ก้านดอกเห็ดยาวประมาณ 9-14 เซนติเมตร หมวกดอกจะมีขนาด 1-2 เซนติเมตร เก็บดอกโดยดึงกลุ่มดอกเห็ดทั้งหมดออก สามารถเก็บขายหรือนำไปประกอบอาหารได้เลย แต่ควรล้างน้ำให้สะอาดก่อน ป้องกันสิ่งปนเปื้อนในระหว่างการเก็บเกี่ยว ดอกเข็มเงินเข็มทองสามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยยังคงความสดของดอก และสีไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

ที่มา http://www.chiangmainews.co.th/page/archives/516637

Leave a comment

Related Posts