10 ไม้อวบน้ำน่าปลูกติดบ้าน

หลายคนชอบต้นไม้แต่อาจติดด้วยข้อจำกัดของที่พักอาศัย ยิ่งเป็นคอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้นท์ ยิ่งจัดสรรพื้นที่ได้ไม่สะดวกนัก แต่ก็มีไม้บางประเภทที่ไม่ต้องใช้พื้นที่มากนัก อย่าง ไม้อวบน้ำ

“ไม้อวบน้ำ” หรือที่เรียกกันว่า Succulent คือพืชที่พัฒนาเนื้อเยื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์ตามส่วนต่างๆ ของต้น ทำให้ส่วนนั้นดูอวบหนา ไม่ว่าจะเป็นราก ลำต้น หรือใบ เพื่อให้เติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพที่แห้งแล้งของถิ่นกำเนิดในธรรมชาติ บางชนิดยังสร้างขนหรือไทรโคม (Trichome) ปกคลุมบนใบหรือส่วนต่างๆ ของต้น เพื่อช่วยดักจับความชื้นในอากาศได้ ตัวอย่างเช่น ไม้ประดับที่ปลูกในบ้านเรามานานอย่างว่านหางจระเข้ หรือเรียกกันว่า อโล (Aloe) กุหลาบหินสกุลอิชิเวเรีย (Echeveria) คราสซูลา (Crassula) คาลันโช (Kalanchoe) ทิลแอนด์เซีย (Tillandsia) รวมทั้งชวนชมซึ่งอยู่ในสกุลอดีเนียม (Adenium) ก็เป็นไม้อวบน้ำด้วย แม้แต่แคคตัสหรือกระบองเพชรที่รู้จักกันดี ก็เป็นสมาชิกในกลุ่มไม้อวบน้ำเช่นกัน

ไม้อวบน้ำนั้นมีความหลากหลาย ทั้งรูปทรง ลักษณะต้น ใบ ดอก รวมถึงถิ่นกำเนิด หลายคนเข้าใจว่าไม้อวบน้ำต้องมีถิ่นกำเนิดจากทะลทรายอันแห้งแล้ง แต่ความเป็นจริงแล้วกระจายพันธุ์อยู่ทั่วโลก ทั้งพื้นที่แห้งแล้งในเขตร้อน เขตกึ่งร้อน และเขตหนาว ยกเว้นทางขั้วโลกเหนือ-ใต้ ที่มีหิมะหนาวจัดตลอดปี การปลูกไม้อวบน้ำจึงต้องคำนึงถึงว่า พืชชนิดนั้นมาจากถิ่นใด ถ้ามาจากเขตร้อน ในบ้านเราก็ปลูกเลี้ยงได้ไม่ยาก

การปลูกเลี้ยงก็ไม่ได้ยากนัก เพียงเตรียมดินปลูกที่โปร่งร่วน ระบายน้ำดี เลือกใช้ภาชนะปลูกที่เหมาะกับขนาดต้น อาจเป็นกระถางพลาสติก กระถางดินเผา หรือนำถ้วยไอศกรีมมาเจาะรูแล้วใช้เป็นภาชนะปลูกก็ได้ จัดวางในที่มีแสงแดดส่องถึงเกือบตลอดวัน อากาศถ่ายเทดี หมั่นให้ปุ๋ยบ้างเดือนละครั้งก็สามารถเลี้ยงไม้อวบน้ำได้สำเร็จ

ด้วยรูปร่างโดดเด่นและแตกต่างกันไปในแต่ละต้น แถมยังเป็นพืชขวัญใจของเหล่าฮิปสเตอร์อีกด้วย แน่นอนว่าเรามักจะเห็น พืชชนิดนี้ อยู่ในกระถ่างเล็กๆ  ถูกปลูกไว้อย่างเรียบง่าย แต่กลับดูสวยงาม มีสไตล์ ด้วยลำต้นที่ดูแปลกตา ราคาไม่แพง และการเลี้ยงดูที่ไม่ยุ่งยากจึงทำให้ไม้อวบน้ำเหล่านี้ เริ่มเข้ามาครองใจใครหลายๆคน ไม่เฉพาะเพียงกลุ่มของเหล่าฮิปสเตอร์เท่านั้น เพราะเมื่อเทรนด์รักษ์โลกกำลังมาแรง หลายคนเลยอยากปรับตัวให้เข้าธรรมชาติให้มากขึ้นโดยการปลูกต้นไม้และทำสวน แต่ดันติดตรงที่ว่าไม่ค่อยมีเวลาสักเท่าไร ถ้าเลี้ยงไปก็ไม่รู้ว่าจะรอดหรือเปล่า แต่สบายใจได้ค่ะเพราะวันนี้เราจะพาคนที่รักธรรมชาติไปทำความรู้จักกับ ไม้อวบน้ำ ด้วยคุณสมบัติที่เลี้ยงง่าย การดูแลไม่ยุ่งยากเท่าพันธุ์ไม้อื่น ๆ ก็เจริญเติบโตได้เหมือนกัน ดังนั้นจึงเหมาะกับมือใหม่และคนที่ไม่มีเวลา ถ้าอยากรู้แล้วว่ามีสายพันธุ์ต้นไม้อวบน้ำและต้นไม้อวบน้ำดูแลอย่างไรบ้าง ในวันนี้ได้รวบรวม ไม้อวบน้ำ มาให้ดูถึง 10 ชนิด จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

1. อากาเว

อากาเว (Agave) เป็นไม้อวบน้ำในตระกูลลิ้นมังกรและว่านหางจระเข้ ด้วยลักษณะที่เป็นใบหนาและขึ้นซ้อนกับเป็นทรงกลม จึงนิยมนำมาปลูกเพื่อประดับบ้านเพื่อความสวยงาม แต่ถ้าหากเป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กอย่าง ว่านหางจระเข้อเมริกัน ก็สามารถนำมาเลี้ยงในบ้านได้ค่ะ แค่ดูแลด้วยการนำเอาออกไปตากแดดตากลมบ้าง เพราะเป็นไม้อวบน้ำที่ชอบอากาศอุ่น ๆ และจะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี

2. คลาสซูล่า (ต้นใบเงิน)

ชื่อ คลาสซูล่า (Crassula) อาจจะฟังดูไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไร แต่ถ้าฟังชื่อไทย ๆ แล้วจะร้อง…อ๋อ…กันเป็นแถว นั่นก็คือ ต้นไม้สวรรค์ หรือต้นใบเงิน เป็นไม้อวบน้ำทรงพุ่ม มีใบกลมและผิวมันเงา ขอบใบมีสีแดง ออกดอกสีขาวอมชมพูในช่วงที่อากาศหนาว แม้จะเลี้ยงง่ายและทนแล้งได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ควรนำไปตากแดดจัดเพราะจะทำให้ใบไหม้และเน่าตายได้ ดูแลรดน้ำเพียงสัปดาห์ละครั้งหรือเมื่อดินแห้งก็พอ และเติมกาบมะพร้าวลงเพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในดิน

3. เอชชิวาเลีย (กุหลาบหิน)

ด้วยลักษณะที่คล้ายคลึงกับดอกกุหลาบ เอชชิว่าเลีย (Echeveria) จึงถูกขนานนามว่า “กุหลาบหิน” เป็นไม้อวบน้ำที่มีลักษณะใบหนา ขึ้นซ้อนและเรียงสลับกันเป็นทรงกลมดูคล้ายกลีบดอกกุหลาบ บางสายพันธุ์มีสีสันที่แตกต่างกันออกไป เจริญเติบโตด้วยการแตกหน่อ ดูแลรักษาง่าย รดแค่สัปดาห์ละครั้งก็พอ ชอบแดดในช่วงเช้า อย่าให้มีน้ำขังที่ใบเด็ดขาดเพราะอาจเกิดเชื้อราได้ และหมั่นตัดแต่งใบที่ตายแล้วทิ้งไปด้วย เพื่อช่วยป้องกันปัญหาแมลงกัดกิน

4. ฮาโวเทีย

ฮาโวเทีย (Haworthia) เป็นไม้อวบน้ำรูปทรงสวยงาม ลักษณะส่วนใหญ่จะคล้ายกับว่านหางจระเข้ แต่จะมีบางลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละสายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกัน นั่นก็คือ พันธุ์ม้าตัด และพันธุ์ม้าลาย เพราะเลี้ยงง่าย รดเพียงสัปดาห์ละครั้ง ชอบแสงแต่ห้ามตั้งให้โดนแดดโดยตรงเด็ดขาด ควรหาที่กรองแสงมาบังในช่วงเวลากลางวัน ดูแลอย่าให้ดินมีความหนาแน่นจนเกินไป ควรเติมทรายหยาบ หินภูเขาไฟ หรือพีทมอสลงไปในดินเพื่อให้ดินโปร่ง และเอื้อให้รากเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

5. ซีดัม

ซีดัม (Sedum) เป็นไม้อวบน้ำที่มีรูปร่างน่ารัก แถมดูกะทัดรัดเหมาะนำมาปลูกในพื้นที่แคบ เป็นไม้คลุมดินที่อายุยืน ลักษณะใบหนา กลมมน และมีสีสันแตกต่างกันออกไป ออกดอกในช่วงหน้าร้อน มีด้วยกันหลากหลายสายพันธุ์ และสามารนำไปปลูกรวมกับไม้อื่น ๆ ในกระถางใหญ่ได้ค่ะ แม้ว่าไม้อวบน้ำทั่ว ๆ ไปจะทนร้อนและทนแล้งได้ดี แต่เจ้าซีดัมนั้นกลับชอบอากาศเย็นสบายมากกว่า ฉะนั้นควรดูแลรดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ตั้งให้โดนแสงอ่อน ๆ

6. กุหลาบแพนด้า

กุหลาบแพนด้า (Panda Plant/Kalanchoe tomentosa) อีกหนึ่งไม้อวบน้ำในตระกูลกุหลาบหิน ลักษณะลำต้นสูงตั้งแต่ 2 นิ้ว ขึ้นไป ลักษณะใบหนาและเรียวยาว สีใบจะออกเขียวอมฟ้าอ่อน ๆ มีขนสีเงิน และขนสีน้ำตาลที่ขอบใบ วิธีการดูแลก็คล้าย ๆ กับไม้อวบน้ำทั่วไป แม้จะชอบแสงแต่ก็ไม่ควรตั้งให้โดนแดดโดยตรงเพราะใบจะไหม้ได้ ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ดูแลรดน้ำเพียงสัปดาห์ละครั้งหรือดินแห้ง

7. กระบองเพชร

เจ้ากระบองเพชร (Pincushion Cactus) เป็นไม้อวบน้ำที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ ลักษณะของมันก็คล้าย ๆ กับกระบองเพชรทั่วไป แต่ต้นนี้จะมีความพิเศษกว่าต้นอื่น ๆ นั่นก็คือ มีหนามแหลมและแข็ง สีสันของดอกไม้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เจริญเติบโตได้ในที่ที่มีแสงแดดจัด ทนร้อนและแล้งได้ดี หากจะรดน้ำแนะนำให้สังเกตดูดินเป็นหลัก ถ้าดินยังชุ่มชื้นอยู่ก็ไม่ควรรด ให้รดเฉพาะตอนที่ดินแห้ง และควรงดเว้นการให้น้ำในช่วงที่อากาศหนาวจัด

8. มาเธอร์ ออฟ ธาวซันด์ (เศรษฐีพันล้าน)

ถ้าชื่อ มาเธอร์ ออฟ ธาวซันด์ (Mother of Thousands) ฟังแล้วยังนึกภาพไม่ออก งั้นขอเรียกชื่อไทย ๆ ว่า เศรษฐีพันล้าน ก็แล้วกัน เป็นไม้อวบน้ำที่ทนได้ทุกสภาพอากาศ ดูแลง่าย ลักษณะใบหนา เรียวยาว และเรียงซ้อนกัน ที่ขอบใบจะมีต้นลูกขนาดเล็กออกเรียงกันตามขอบมากมาย ดูแลรดน้ำก็ต่อเมื่อดินแห้งเท่านั้น งดเว้นการให้น้ำในช่วงที่อากาศหนาว อย่าปล่อยให้ใบเปียกน้ำเพื่อป้องกันเชื้อรา และดินต้องระบายน้ำได้ดี เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดโดยตรง แต่ถ้าเลี้ยงในอาคารก็ควรน้ำออกไปตากแดดบ้าง อย่างน้อย 4 ชั่วโมง

9. คริสต์มาส แคคตัส (มังกรคาบแก้ว)

 

เจ้าคริสต์มาส แคคตัส (Christmas Cactus) หรือ มังกรคาบแก้ว เป็นไม้อวบน้ำในกลุ่มกระบองเพชร ที่มีใบหนาและยาว ขอบใบหยัก ออกดอกในช่วงที่อากาศเย็น ช่วยดูดซับสารพิษในอาคาร นิยมปลูกกันมากเพราะดูแลง่าย ไม่ต้องรดน้ำบ่อยหรือสังเกตจากสภาพดิน หากดินแห้งก็รดน้ำเล็กน้อย ชอบแสงแดด แต่อย่าวางไว้ในที่ที่มีแสงจัด แม้จะชอบความชื้น แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้มีน้ำขัง และหมั่นดูแลดินให้มีการระบายน้ำที่ดี

10. โป๊ยเซียน

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า โป๊ยเซียน (Crown of Thorns) เป็นไม้อวบน้ำยอดนิยมขนาดไหน จากความเชื่อที่ว่า หากบ้านใดปลูกไว้ก็จะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข โป๊ยเซียนมีลักษณะลำต้นตรง มีหนามแหลม มีใบมีสีเขียวอมเทาและเรียวยาว ออกดอกเป็นช่อรูปทรงกลม และมีหลายสีด้วยกัน เลี้ยงง่ายไม่ต้องรดน้ำบ่อยหรือรดแค่สัปดาห์ละครั้งก็พอ ควรตั้งให้โดนแดดโดยตรง เพื่อเร่งให้ออกดอกสวยงาม และหมั่นตัดแต่งกิ่ง อย่าปล่อยให้เยอะจนเกินไป

เหตุผลที่ควรเลี้ยงไม้อวบน้ำไว้ในบ้าน

1. สีสัน : ไม้อวบน้ำมีครบทุกเฉดสีของสายรุ้งเลยตั้งแต่สีชมพู ฟ้า ม่วง และเขียวซึ่งจะช่วยเพิ่มสีสันอันสดใสให้แก่ห้องของคุณ แทนที่จะซื้อแบบสำเร็จรูปคุณสามารถเลือกผสมผสานตามแบบฉบับของตัวเองได้ รับรองว่าตกแต่งอย่างไรก็สวยสะดุดตาแน่นอน

2. ผิวสัมผัส : การเพิ่มผิวสัมผัสให้กับบ้านเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ค่อนข้างยากโดยเฉพาะในพื้นที่ขนาดเล็ก ด้วยเหตุนี้ไม้อวบน้ำขนาดเล็กจิ๋วจึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับบ้านหลังเล็กของคุณเนื่องจากมีรูปทรงตั้งแต่ยาว ผอม กลม ไปจนถึงอวบอ้วนซึ่งเข้ากับบ้านได้ทุกรูปทรง แต่อย่าลืมเรื่องภาชนะบรรจุเด็ดขาด หากเป็นไม้ธรรมชาติจะให้ความรู้สึกอบอุ่น ขณะที่โลหะชุบสังกะสีจะเพิ่มความมีเสน่ห์ หรือแก้วกระจกก็จะให้ความรู้สึกน่าดึงดูดใจ

3. ความทรหด : หากคุณเป็นพวกปลูกต้นไม้อะไรก็ไม่ขึ้นหรือปลูกอะไรก็ตาย ไม้อวบน้ำนี่แหละเหมาะกับคุณ ปริมาณน้ำที่ไม้อวบน้ำเหล่านี้ต้องการจะขึ้นอยู่กับว่าอากาศในบ้านของคุณร้อนหรือแห้งขนาดไหน แต่โดยพื้นฐานคือคุณต้องทำให้ดินเปียกชุ่มประมาณสัปดาห์ละครั้งหากอากาศภายในบ้านอบอุ่นและน้อยกว่านั้นหากอุณหภูมิต่ำหรืออยู่ในช่วงฤดูหนาว จากนั้นก็ปล่อยให้ดินแห้งสนิทก่อนที่จะรดน้ำให้เปียกชุ่มอีกครั้ง (ควรให้กระถางมีการระบายน้ำที่ดีด้วยเนื่องจากรากของไม้อวบน้ำไม่ชอบความเปียกชุ่ม)

4. สารพัดประโยชน์ : แม้จะดูเหมือนว่าไม้อวบน้ำเหล่านี้ควรวางไว้ใกล้กับหน้าต่างเพื่อให้ได้รับแสงแดดมากที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถนำไปทำเป็นพวงหรีด ปลูกตามผนัง (ศิลปะมีชีวิต!) หรือแขวนจากเพดานในพื้นที่ธรรมชาติจำลองก็ได้

5. สร้างบรรยากาศดีๆ : นอกจากไม้อวบน้ำจะสวยงามแล้วพวกมันยังทำให้เราสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย ไม้อวบน้ำจะดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยอ็อกซิเจนออกมาในตอนกลางคืน ดังนั้นคุณสามารถนำมันมาวางไว้ที่ข้างเตียงได้ ที่สำคัญมันบรรเทาอาการหวัดและอาการไอที่น่ารำคาญได้โดยการปล่อยความชื้นเข้าไปในอากาศและทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องปรับความชื้นตามธรรมชาติ จากข้อมูลของ NASA เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพของคนเราให้แข็งแรงในพื้นที่ขนาดเล็กพบว่าพืชสามารถชำระล้างสารพิษในอากาศได้ ด้วยเหตุนี้ไม้อวบน้ำจึงกลายเป็นเพื่อนร่วมห้องที่แสนดีของคุณ

เห็นแล้วใช่ไหมคะว่า ต่อให้เป็นมือใหม่ที่ไม่รู้เรื่องต้นไม้ใบหญ้าและเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลา ก็สามารถเลี้ยงต้นไม้ได้แน่นอน เพียงแต่ต้องเลือกพันธุ์ให้เหมาะสม เช่นเดียวกับไม้อวบน้ำเลี้ยงง่ายที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หากคิดจะเลี้ยงต้นไม้ก็อย่าลืมคิดถึงไม้อวบน้ำกันนะคะ

ที่มา : https://www.posttoday.com/property/decoration/507861https://home.kapook.com/view154082.html

http://book.baanlaesuan.com/plant-guide/echeveria-lilacina/,  https://bit.ly/2l3oMOD

Leave a comment

Related Posts