“ไผ่กิมซุง” ปลูกง่าย ขายคล่อง

ไผ่ตรงลืมแล้ง หรือ ไผ่กิมซุง จัดอยู่ในพืชตระกูลหญ้า (Graminea) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrocalamus asper Backer ลำต้นมีข้อปล้องชัดเจน เป็นเอกลักษณ์ของพืชตระกูลหญ้าหรืออาจจัดได้ว่า ไผ่ เป็นหญ้าที่มีต้นใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ โดยลักษณะแระจำตัวที่โดดเด่นทางกายภาพของไผ่ตงลืมแล้งที่สามารถสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ มีข้อปล้องนูนเด่นเห็นได้ชัดเจน สีของลำปล้องเป็นสีเขียวเข้ม เป็นมัน ไม่มีขน เนื้อในลำปล้องจะค่อนข้างตัน ไม่กลวงเหมือนไผ่ทั่วไป ให้หน่อขนาดค่อนข้างใหญ่ (1.5-3 กก./หน่อ) มีเสี้ยนน้อย ปลูกได้ทุกสภาพพื้นที่ ดูแลรักษาง่าย ไวต่อการบำรุงด้วยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยอินทรีย์ ทั้งยังดูแลรักษาง่าย แม้จะมีการจัดการแบบอินทรีย์ก็สามารถให้ผลผลิตได้ดี โดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี

เป็นไผ่ที่กำลังนิยมปลูกกันในขณะนี้ แต่เมื่อปลูกลงไปจากกิ่งปักชำจากกิ่งแขนง ถ้ากิ่งพันธุ์เล็กกว่าครึ่งนิ้ว จะมีลำที่แตกใหม่เล็กลงเล้กน้อย แล้วจึงจะมีลำที่ใหญ่ขึ้น หลังจากนั้นลำต่อมาจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน 1 นิ้ว แต่ถ้าเลือกกิ่งแขนงชำที่มีขนาดใหญ่กว่าครึ่งนิ้ว กิ่งลำต่อมาหลังปลูกจะมีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกัน แล้วลำที่สามจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำเกิน 1 นิ้วทันที เมื่อมีลำที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำเกิน 1 นิ้วแล้ว จะเห็นว่าบนลำมีกิ่งแขนงที่มีข้อขนาดใหญ่ มีรากที่โคนแขนงกลางสั้น ๆ ซึ่งสามารถใช้ถุงขนาด 2.5 x 5 นิ้ว ใส่ขุยมะพร้าวชุ่มน้ำ ปิดปากถุงให้แน่นแล้วเอามีดผ่าถุงตามยาว เอาไปหุ้มโคนกิ่งแขนง มัดด้วยเชือกพลาสติกให้แน่นจะมีรากแขนงออกจากกิ่งแขนงมาจนเต็มถุง ให้ใช้เลื่อยตัดกิ่งแขนงออกจากลำ นำไปปลูกชำลงถุงใส่ดินผสมดูแลให้แข็งก็สามารถนำไปปลูกลงแปลงได้ ในระยะการปลูกที่เหมาะสม คือ 6 x 4 เมตร

การเตรียมพื้นที่ปลูก

พื้นที่จะปลูกควรตัดโค่นไม้ใหญ่ออก เพราะจะไปแย่งอาหารจากไผ่ ถ้าได้พื้นที่ใกล้แหล่งน้ำจะดีมาก เพราะไผ่เป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ไผ่ทั่วไปไม่ชอบน้ำขังแต่สำหรับไผ่กิมซุง/ตงลืมแล้ง น้ำท่วมขังก็ไม่ตาย ได้ทดลองโดยจมอยู่ในน้ำนานถึง 4เดือนก็ไม่เป็นอะไร (แต่ไผ่ต้องปลูกเกิน 6 เดือนแล้ว) เริ่มการเตรียมพื้นที่ปลูกโดยการไถหยาบด้วย ผาน 3 ตากแดดให้ดินแห้งเพื่อกำจัดเชื้อราและวัชพืชบางชนิด ทิ้งไว้ สัก 5-7 วัน ไถละเอียดด้วยผาน 7 อีกครั้ง เป็นอันใช้ได้ หรือหากใครไม่รีบร้อน ไถผาน 3 แล้ว หว่านปอ พอต้นโตออกดอกแล้ว ไถกลบด้วย ผาน 7 เพื่อเทือง เพื่อเพิ่มธาตุไนโตรเจนเป็นปุ๋ยพืชสด และเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน ปอเทือง 1 ไร่ สามารถให้ผลผลิตปุ๋ย เทียบเท่าปุ๋ย สามตัน

วิธีปลูก

  • ไผ่กิมซุ่งจะใช้ระยะปลูก ระยะระหว่างแถว 4 เมตร ระยะระหว่างต้น 4 เมตร จะใช้ต้นพันธุ์ อยู่ที่ 100 ต้นต่อไร่ จะเก็บหน่อไม้อยู่นานได้ 5 ปีถึง 7 ปี กว่ากอจะชนกัน
  • แต่หากเกษตรกรใช้ระยะปลูก คือ ระยะระหว่างแถว 6 เมตร ระยะระหว่างต้น 4 เมตร จะใช้ต้นพันธุ์ 66 ต้น จะเก็บหน่อได้นานขึ้น ประมาณ 7 ปี ถึง 10 ปี กว่ากอจะชนกัน
  • หลุมปลูกไผ่กิมซุ่ง จะขุดหลุมที่ระยะ 30x30x30 เซนติเมตร ถ้าพื้นที่เป็นดินร่วนถึงร่วนปนทราย (แต่ถ้าเป็นดินลูกรังปนหินควรจะขุดให้กว้างกว่านี้เป็น 50x50x50 และหาดินดำ แกลบ ขี้เถ้าแกลบหรือปุ๋ยคอกเก่า คลุกหลุมก่อนปลูก)
  • ถ้าหากเกษตรกรจะรองก้นหลุมก็ควรจะใช้ ขี้เถ้าแกลบไม่ควรจะใช้ปุ๋ยคอก เพราะถ้าปลูกในฤดูฝนหากฝนตกหนักจะทำให้รากไผ่ที่กำลังออกมาใหม่ ๆ เน่าได้ทำให้ต้นไผ่กิมซุ่งเหลือง ชะงักการเจริญเติบโต กว่าจะโตก็นานขึ้น
  • เวลาปลูกที่ดี คือเดือนพฤษภาคม เมื่อได้กล้าไผ่กิมซุ่งมาก็ทำการปลูก ควรจะปลูกให้ดินที่ปากถุงเสมอดินเดิมที่ปลูก ไม่ควรจะปลูกต่ำกว่าดินเดิมที่เตรียมไว้ เพราะถ้าฝนตกหนักจะทำให้รากไผ่ที่งอกมาใหม่ ๆ เน่าได้จากน้ำฝนที่ขังนาน ๆ

การดูแลรักษา ควรทำการบำรุงรักษาให้เหมาะสมเพื่อให้ได้รับผลผลิตอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

การให้น้ำ

ช่วงแรก (โดยเฉพาะ 1-3 เดือน) ต้นไผ่ต้องการน้ำมาก ควรให้น้ำวันเว้นวัน แต่ถ้าปลูกไผ่ในฤดูฝน อาจไม่จำเป็นต้องให้น้ำถี่ก็ได้ (เพราะฉะนั้นเราควรจะปลูกไผ่กันในฤดูฝนเพื่อลดต้นทุนต่าง ๆ ) เว้นแต่กรณีฝนทิ้งช่วงนาน จึงให้น้ำช่วย แต่หลังจากหมดฝนแล้ว ผู้ปลูกต้องคอยรดน้ำให้เสมออย่าปล่อยให้ขาดน้ำนาน เพราะในปีแรกต้นไผ่ยังไม่ค่อยแข็งแรงนักถ้าไม่มีน้ำ อาจตายได้โดยง่าย หลังจากต้นไผ่อายุเกิน 6-8 เดือน ไปแล้ว จะแข็งแรงและทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี

การใส่ปุ๋ย

ในช่วงต้นปีแรก (1-3 เดือน) ใส่ปุ๋ยคอกที่คลุกเคล้าไปกับดินที่ปลูกได้พอ แต่ในระยะต่อ ๆ ไป จำเป็นต้องมีการพรวนดินรอบ ๆกอและใส่ปุ๋ยคอก 1 เดือน/ครั้ง ครั้งละประมาณ 2-3 กก. ในระยะนี้อาจจะเห็นว่าหน่อที่แตกจะมีขนาดค่อนข้างเล็กและจะมีขนาดโตขึ้นทุก ๆ ปี ถ้าความชุ่มชื้นและดินอุดมสมบูรณ์ดีพอเพียง แต่ถ้าจะให้ผลรวดเร็วควรจะให้ปุ๋ยเคมี 46-0-0 เร่ง ประมาณ 2-3 กำมือ/กอ/เดือน จะทำให้ไผ่เกิดหน่อปริมาณมากตลอดปี เดือนที่ 7 จะทำการตัดแต่งกอและพรวนดินเพื่อกำจัดวัชพืช ปกตินิยมพรวนดินอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ก่อนที่ดินจะแห้ง เพราะถ้าดินแห้งจะพรวนดินยาก ในกรณีที่ต้องการเร่งการออกหน่อ (กรณีพิเศษ) จะใส่ในช่วงต้นเดือน ก.พ.ถึง พ.ค. ปุ๋ยที่นิยมคือใช้ปุ๋ยคอกเป็นหลัก ในอัตรา 2-3 กก/กอ/เดือน หรืออาจใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 200 กรัม/กอ และปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 200 กรัม/กอ (เร่งหน่อเพื่อขาย ก่อนหน่อไม้ไทยจะเริ่มออกหน่อ)

การไว้ลำและการตัดแต่งกอไผ่

เมื่อปลูกได้ประมาณ 3-4 เดือนจะเริ่มแตกหน่อได้ประมาณ 2-3 ลำ ในระยะแรกนี้จะไม่มีการตัดหน่อเลย ปล่อยให้เป็นลำต่อไป การดูแลกอไผ่ในช่วงนี้จะทำการตัดลำต้นที่เล็กออกไป ไม่ต้องเสียดาย ให้เหลือไว้เฉพาะลำที่ใหญ่ ลำที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.5 นิ้วตัดทิ้งให้หมด วิธีการตัด ต้องตัดให้จมดิน อย่าให้มีตาเหลืออยู่อีก (ไม่ต้องการให้ขยายพันธุ์อีก) กิ่งแขนงเล็ก ๆ บริเวณโคนต้นที่ขึ้นเกะกะของลำแม่ควรตัดแต่งให้โล่ง (แสงแดดส่องถึงพื้นได้) เพื่อสะดวกในการให้น้ำและดูแล เมื่อต้นไผ่อายุได้ประมาณ 7-8 เดือนจะมีหน่อแทงขึ้นมาอีก 5-6 หน่อ ตอนนี้ก็ยังไม่มีการตัดหน่อ ปล่อยให้ไผ่เป็นลำต่อไป แต่ถ้าพื้นที่ตรงนั้นดินอุดมสมบูรณ์ดี หน่อออกเยอะเราควรตัดขายไปบ้าง เช่นถ้าขึ้นมา 5 หน่อ ให้ตัดขายไป 3 หน่อ แต่ให้เลือกเอาหน่อที่สมบูรณ์ไว้(หน่อที่เบียดกันให้ตัดออกขายไป) การดูแลกอไผ่เพียงแค่ตัดเอาหน่อเน่า ลำคดเอียงแคระแกร็นออกและตัดแต่งกิ่งแขนงเล็ก ๆ ทิ้ง รักษาลำไผ่ให้มีอยู่ประมาณ 5-6 ลำ (ลำใหญ่ ๆ ) จากนั้นจึงเริ่มตัด หน่อขายบ้าง การตัดหน่อขายนี้ควรจะตัดจากกลางกอก่อนแล้วขยายออกมารอบนอกกอ ซึ่งหน่อนอก ๆ ต้องมีการรักษาไว้บ้างเพื่อให้เป็นลำแม่ โดยเลือกหน่อที่อวบใหญ่และอยู่ในลักษณะที่จะขยายออกเป็นวงกลมเพื่อจะทำให้กอใหญ่ขึ้น มีหน่อมากขึ้นในปีต่อไป สะดวกที่จะเข้าไปดูแลรักษาและตัดหน่อ

การตัดแต่งกอนั้น ควรทำติดต่อกันทุก ๆ ปี และควรแต่งกอไผ่ประมาณต้นเดือน ก.ค.เพราะตอนนี้ ไผ่ชนิดอื่นกำลังออกหน่อ ช่วงนี้หน่อไม้ออกเยอะราคาไม่ค่อยดี ควรปล่อยหน่อให้เจริญเป็นลำแม่ได้เต็มที่ พอต้นเดือนตุลาคม จึงค่อยอัดปุ๋ยคอกและน้ำเพื่อเร่งการออกหน่อในช่วงหน้าหนาว และหน้าแล้ง ช่วงนี้ราคาของหน่อไผ่จะดีมาก (พ.ย.-พ.ค.) ของทุกปี

การบังคับให้เกิดหน่อมากขึ้น

ในการบังคับให้ไผ่แทงหน่อมากขึ้นตามฤดูกาลนั้น นอกจากการใส่ปุ๋ยและปฏิบัติดูแลตามปกติแล้ว ยังมีวิธีกระตุ้นให้ไผ่ตงแทงหน่อมากขึ้น โดยการสุมไฟในฤดูแล้งช่วงที่ลมสงบ (ปลายเดือน ม.ค-ก.พ.) โดยการรวบรวมใบไผ่และ กิ่งแขนง ที่ได้จากการตัดแต่งกิ่งแล้วนำมากองให้ห่างจากกอประมาณ 1 เมตร จุดไฟเผา แต่ต้องระวังไม่ให้ไฟกรรโชกมาก โดยการพรมน้ำช่วยหรืออาจเอาใบไผ่และกิ่งแขนงสุมในกอเลย แต่ต้องระวังไม่ให้ไฟลามไปติดส่วนบน ๆ ของกอ ในการสุมไฟนั้น เข้าใจว่าเป็นการเร่งให้ไผ่ตงมีการพักตัวเร็วขึ้น (hardening) เมื่อก่อนเข้าสู่ฤดูฝนจะได้แทงหน่อมากขึ้น หลังจากที่ได้พักตัวอย่างเต็มที่และการสุมไฟยังช่วยในการกำจัดโรคและแมลงไปพร้อมกันด้วย

นอกจากนี้ ยังมีวิธีการบังคับการออกหน่อวิธีอื่นอีก เช่น การพรวนดินแปลงไผ่ ทั้งในระหว่างแถวและระหว่างต้น โดยทำการพรวนดินในช่วงก่อนฤดูแล้ง ประมาณเดือนก.ค.-ก.ย. เป็นการทำลายรากแก่เพื่อให้แตกรากใหม่ ดังนั้นในการพรวนดิน การให้น้ำ ให้ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ไผ่ออกหน่อเร็วและดกตลอดปี ส่วนการบังคับให้ไผ่ตงแทงหน่อนอกฤดูปกติก็ทำได้เช่นกัน โดยการบำรุงต้นด้วยการใส่ปุ๋ยเคมีเพิ่มรวมกับปุ๋ยคอกและการให้น้ำอย่างถูกต้อง ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงสามารถเร่งหน่อได้ และจะทำได้เฉพาะแปลงปลูกที่มีแหล่งน้ำอย่างเพียงพอเท่านั้น (จำเป็น)

การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูของไผ่

ปกติไม่มีการระบาดรุนแรงของโรคและแมลงในสวนไผ่มากนัก มีเพียงแมลงพวกหนอนผีเสื้อกลางคืนมากัดกิน และม้วนใบไผ่เพื่อหลบซ่อนและเป็นที่อาศัยในระยะเป็นดักแด้บ้างเล็กน้อย แมลงที่เข้าทำลายหน่ออ่อนของไม้ไผ่ส่วนมากเป็นประเภทกัดกินหน่อ 4-5 ชนิด คือ หนอนด้วงเจาะหน่อไผ่ (ไผ่ตงลืมแล้งไม่ค่อยเจอเพราะลำค่อนข้างตัน), ด้วงกินหน่อ, ด้วงงวงเจาะกิ่ง , เพลี้ยอ่อนและมวนดูดน้ำเลี้ยง การควบคุมและกำจัดสามารถกระทำได้หลายวิธี คือ ภายหลังที่หน่อเริ่มแตกจากตาของเหง้าปล้องแล้ว ก็หาทางป้องกันพวกเชื้อราและแมลงที่เข้ามากัดกินและอาศัยอยู่ตามกาบของหน่ออ่อน โดยการใช้สารปราบศัตรูพืช เช่น มาลาไทออน ผสมน้ำราดที่หน่อและเหง้า หรือใช้ฟูราดาน ภูไมด์ หว่านลงที่ดิน แต่อย่านำหน่อไปบริโภคภายใน 60 วัน หรือใช้วิธีควบคุมโดยการลิดกิ่ง หรือตัดลำแก่ที่เป็นที่อยู่ของดักแด้ออก แล้วทำลายหรือขายลำไป จึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดจำนวนประชากรแมลงได้ ส่วนมากแล้วไม่ค่อยพบปัญหาเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ ในไผ่ตงลืมแล้ง แต่จะพบเพลี้ยตัวสีขาว ๆ เกิดขึ้นตามข้อไผ่อ่อน เราอาจใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน ละลายน้ำราดรดลงไปก็จะหาย ถ้ามีจำนวนน้อยไม่มากนักก็ใช้มือขยี้ ถ้าจำเป็นต้องใช้เคมีก็ต้องใช้ชนิดอ่อน ๆ เช่น เซฟวิน ฉีดพ่น

การขยายพันธุ์

เริ่มการเลือกต้นไผ่ ที่มีสีเขียวเข้ม มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และไผ่แต่ละหน่อจะสามารถตอนได้ประมาณ 7-8 กิ่งพันธุ์ โดยแต่ละกอจะมีไผ่ใช้สำหรับการตอนกิ่งอยู่ที่ไม่เกิน 4-5 ต้น เพราะถ้ามากกว่านั้นจะให่กิ่งพันธุ์ที่ไม่มีคุณภาพพอ การตอนเราจะตอนจากลำหลักเท่านั้น แต่ละกอก็จะมีอยู่ประมาณ 4-5 ลำ ระยะเวลาในการตอนจะอยู่ที่ ประมาณ 20 วันจึงตัดได้ แต่ให้สังเกตที่รากในถุงชำด้วยว่าสีของรากจะต้องมีสีน้ำตาล จึงจะตัดได้ ถ้ายังสีขาวแสดงว่ายังไม่พร้อมที่จะตัด

การตัดหน่อ

ไผ่กิมซุงหรือตงลืมแล้งจะแทงหน่อตลอดปีแต่จะดกมากเมื่อเริ่มเข้าฤดูฝน (เม.ย.-มิ.ย.) การตัดหน่อจะตัดเมื่อหน่อยาวประมาณ 1 ฟุต โดยใช้เสียมหางปลาตัดหน่อบริเวณกาบใบที่ 3 จากโคนหน่อ ซึ่งจะเหลือตาไว้ 2-3 ตา สำหรับแตกหน่อในช่วงถัดไป สำหรับหน่อที่ไม่แข็งแรงให้ตัดออกทิ้งไป การตัดหน่อควรทำตอนเช้ามืด เพื่อจะได้หน่อไม้สดส่งตลาด หน่อไม้ไผ่ตงลืมแล้ง(หน่อไม้หวาน)ที่ตัดไว้นาน ๆ จะทำให้ความหวานของหน่อลดลง ดังนั้น ควรตัดหน่อแล้วรีบขายทันที ในการตัดหน่อควรเริ่มตัดหน่อจากกลางกอก่อน แล้วขยายวงออกมารอบนอกกอ ส่วนหน่อที่อวบใหญ่ที่อยู่ด้านนอกควรมีการรักษาไว้เพื่อให้เป็นลำแม่เลี้ยงหน่อต่อไป

การขยายพันธุ์โดยการใช้กิ่งแขนง (การตอนแล้วนำมาชำกิ่ง)

การขยายพันธุ์กิ่งไผ่มีหลายวิธี แต่การขยายพันธุ์โดยการใช้กิ่งแขนงนี้ เป็นวิธีที่นิยมกันมากที่สุดเพราะง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถตัดชำกิ่งแขนงได้จำนวนมาก ความสำเร็จในการตอนและปักชำโดยใช้กิ่งแขนงขึ้นอยู่กับชนิดของไผ่ หากเป็นไผ่ที่มีรากอากาศบริเวณโคนกิ่ง เช่น ไผ่ตงลืมแล้ง จะมีความสำเร็จสูง ผมจึงขอแนะนำการขยายพันธุ์ไผ่ด้วยวิธีนี้ครับ

วิธีตอนกิ่ง

กิ่งแขนง คือกิ่งที่แตกจากตาบริเวณข้อต่อของลำไผ่ ความสำเร็จของการตอนกิ่งแขนงขึ้นอยู่กับการเลือกกิ่งแขนงและฤดูที่จะตอนด้วย ฤดูที่เหมาะในการตอนกิ่งแขนงของไผ่ตงลืมแล้ง คือ ปลายฤดูฝนช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีกิ่งแขนงมาก

  • การเลือกกิ่งแขนงควรเลือกกิ่งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว – นิ้วครึ่ง (ไม่แก่ไม่อ่อน) ที่มีรากอากาศเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลอมเหลือง และใบที่ยอดคลี่แล้ว กาบหุ้มตาหลุดหมด อายุของกิ่งแขนงอย่างน้อยต้องมีอายุ 4-6 เดือน ถ้าค้างปียิ่งดี
  • เมื่อเลือกกิ่งแขนงได้ตามความต้องการแล้ว ให้ใช้เลื่อยโค้งเลื่อยตรงกลางระหว่างกิ่งแขนงกับลำไผ่ เลื่อยไปจนกิ่งแขนงเกือบขาด (80%) จากนั้นก็ดึงกิ่งแขนงให้แยกจากลำแม่ ให้เหลือเปลือกเขียวของลำแม่ให้บางที่สุด
  • นำดินที่ใส่ถุงเตรียมไว้พร้อมที่จะตอน กรีดถุงด้านหนึ่งขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าของถุงดินที่จะตอนทิ้งไป (2.5 x 3.5 นิ้ว)
  • นำน้ำยาเร่งรากราดใส่ถุงดินที่จะตอนให้ชุ่ม ดันประกบจากด้านล่างเข้ากับกิ่งแขนง แล้วค่อยใช้เทปดำพันถุงดินที่ตอนให้แน่นเหลือช่องว่างให้น้ำเข้ามาได้ทางด้านบนเวลารดน้ำ
  • ใช้เชือกฟางแก้วหรือเทปดำยึดกิ่งแขนงไว้กับลำไผ่กันลมโยก หมั่นรดน้ำให้ชุ่ม 5-10 วัน รากจะออก เราควรปล่อยให้รากออกเต็มที่จึงค่อยตัดกิ่งที่ตอนได้ลงมาเพื่อใส่ถุงชำหลังจากนั้นรอให้กิ่งพันธุ์แตกใบอ่อนแสดงว่ารากเดินดีแล้วจึงค่อยนำลงแปลงปลูก
  • ก่อนทำการปักชำควรมีการเตรียมดินที่จะนำมาใช้เป็นวัสดุเพาะชำ โดยการย่อยดินและผสมดินกับ (ขี้เถ้าแกลบ+ใยมะพร้าว) ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยประมาณ แล้วตากดินทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น
  • หลังจากให้นำกิ่งไผ่ที่ตอนแล้วลงถุง ควรกดดินให้แน่นแต่ต้องระวังไม่ให้รากขาด รดน้ำทันทีเพื่อให้กิ่งชำสดอยู่เสมอ หลังจากนั้นหมั่นดูแลรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน จนกระทั่งกิ่งแขนงที่ชำแข็งแรงดีใช้เวลาประมาณ 3-4 อาทิตย์ ก็ย้ายลงปลูกในแปลงได้
  • เพื่อการค้าในปัจจุบันนิยมชำในถุงพลาสติกโดยตรงตั้งแต่แรกเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนขณะย้ายชำกล้าและสะดวกในการขนย้ายไปปลูกตามที่ต่าง ๆ ปกตินิยมใช้ถุงขนาด 5 x 8 ปักชำกิ่งไผ่เพื่อให้กิ่งไผ่ที่ตอนมาแตกใบและราก ตัดปลายกิ่งออก ให้กิ่งแขนงที่จะปักชำยาวประมาณ 80 – 100 เซนติเมตร มีข้อติดอยู่ 3-4 ข้อ (สำคัญรากต้องเต็ม) นำกิ่งตอนที่มีรากเต็มและตัดออกจากลำไผ่ นำมาปลูกปรากฏว่าการฟื้นตัวและการเจริญเติบโตของกิ่งไผ่เร็วมาก ไม่ตาย ขนส่งง่าย และสะดวกในการปลูก

เทคนิคการปลูกไผ่กิมซุงให้แตกหน่อดีและออกหน่อนอกฤดู

คุณวิษณุ รูปสม ผู้นำเกษตรกรหัวก้าวหน้า แห่งบ้านเขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก ได้แนะนำเทคนิคการปลูกไผ่กิมซุงให้ต้นตั้งตรง โตเร็ว แตกหน่อดี ผ่านทางรายการ Happy Farmer *1599 ทางด่วนข้อมูลการเกษตร ร่วมด้วยช่วยเกษตรกร จ.สระบุรี ซึ่งมีเทคนิคขั้นตอนการปลูกดังนี้

ไผ่กิมซุงเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตเร็ว วิธีการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก เมื่อได้กิ่งพันธุ์มาแล้ว เราก็นำมาปลูกในร่องสวน โดยปลูกห่างกันประมาณ 4-6 เมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองก้นหลุม ซึ่งการปลูกต้องทำมุมกิ่งพันธุ์ให้มีความเอียงประมาณ 45 องศา จากพื้นดิน เพราะกิ่งพันธุ์จะได้ตั้งตรงไม่คดงอ จากนั้นจึงค่อยกลบดินให้แน่นเสมอกับหน้าดินเดิม แล้วใช้ไม้ปักยึดกับลำต้นของกิ่งพันธุ์เพื่อป้องกันต้นล้มป้องกันกระแสลม แล้วนำเศษหญ้าหรือฟางมาคลุมโคนกิ่งเพื่อรักษาความชื้นด้วยจะยิ่งเจริญเติบโตดีขึ้น

คุณวิษณุ รูปสม แนะนำอีกว่า ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มปลูกคือช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนมิถุนายนเพราะเป็นช่วงฤดูฝนและ หลังปลูกลงดินได้ราว 6 เดือน ไผ่จะเริ่มโตขึ้น ช่วงนี้จะต้องตกแต่งกอไผ่ โดยตัดลำต้นในกอให้เหลือลำตรง ๆ เพียง 4-5 ลำ ลำไหนที่ชิดกันจะต้องตัดออกเพื่อเว้นที่ว่างให้หน่อใหม่แทงขึ้นมาได้สะดวก และช่วงนี้จะต้องใส่ปุ๋ยคอกรอบ ๆ เหง้าเป็นการบำรุงด้วย หลังให้ปุ๋ย ราว 1 เดือน ไผ่ก็จะเริ่มแตกขยายหน่อขึ้นมา โดยกอหนึ่งจะมีหน่อโผล่ขึ้นมาประมาณ 15-20 หน่อ น้ำหนักรวมประมาณ 30-50 กิโลกรัม ซึ่งหน่อไม้ที่ออกในช่วงนี้ (ราว ๆ เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี) จะได้ราคาจะดีมากเพราะเป็นผลผลิตนอกฤดูกาลจึงขายได้ราคาดี โดยราคาจำหน่ายจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 15-35 บาท เกษตรกรรายใดสนใจชมสวนไผ่กิมซุง หรือต้องการปลูก สามารถติดต่อได้ที่คุณวิษณุ รูปสม โทร.08-9517-2453 ซึ่งจะได้รับคำแนะนำถึงวิธีการปลูก การดูแล ตลอดจนเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แกผู้สนใจ

 

ที่มา   https://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=3340&s=tblplant  ,  https://suansuriya.wordpress.com/2014/06/03/ไผ่กิมซุง/  ,  http://www.mee-suk.com/2018/04/26/เกษตรกรหันมาปลูก-ไผ่กิ/

Leave a comment

Related Posts