แหล่งปลูก “จำปี” ใหญ่ที่สุดในโลก

หากเอ่ยชื่อดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ “ดอกจำปี” น่าจะเป็นไม้ดอกชนิดแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง แต่ถ้าให้บอกแหล่งปลูกจำปีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใครจะคิดว่าที่อยู่ที่เขตหนองแขม กรุงเทพมหานครฯ นี่เอง

คุณพยุง หนูแย้ม หัวเรี่ยวหัวแรงหลักของวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกจำปีแห่งทุ่งหนองแขม เท้าความถึงการปลูกจำปีในแถบธนบุรี นอกจากสวนเก่าแก่อายุอานามร่วม 30 ปีของคุณพยุงที่มีมากกว่า 15 ไร่ ยังมีของลูกชาย ญาติ ๆ และเพื่อนสมาชิกในกลุ่มรวมแล้วมากถึง 500 ไร่ ที่นี่จึงเป็นแหล่งปลูกจำปีที่มากที่สุดในประเทศหรือในโลกเลยทีเดียว “เขาปลูกขายกันมานานแล้ว แต่สมัยก่อนไม่ได้ปลูกทรงพุ่มเตี้ยแบบนี้นะ เขาปล่อยต้นสูงเหมือนปลูกมะม่วง จะเก็บดอกทีก็ต้องใช้ไม้สอยกันลงมา บางบ้านก็เอาไม้ไผ่ทำเป็นร้านล้อมต้นและเดินเก็บเอา เราเองเห็นว่าปลูกไม่ยากดูแลง่าย ใช้คนไม่เยอะก็หันมาปลูกบ้าง”

ดอกจำปีที่คุณพยุงปลูกเป็นพันธุ์ดอกสีขาว หากเป็นพันธุ์สีนวลดอกจะใหญ่กว่าแต่จะออกสีเหลือง ๆ ส่วนพันธุ์อินเดียหรือจำปีแขกดอกจะเล็กกว่าเหมาะปลูกเป็นไม้ประดับมากกว่า ส่วนจำปามันคล้ายกันก็จริงแต่ชื่อมันไม่เป็นมงคล เหมือนปาทิ้งจึงไม่นิยม “แต่จำปีมันจำกันเป็นปี ๆ ก็น่าจะขายได้ยาว ๆ เราก็ลองปลูกดู ปลูกไปศึกษาไปจนพบว่าการปลูกจำปีไม่ต้องไว้ต้นให้สูงใหญ่อย่างในสมัยก่อนก็ได้ เราพบวิธีนี้ด้วยความบังเอิญจากการฟันกิ่งที่มีหนอนทิ้งแล้วสังเกตว่าต้นมันแตกกิ่งใหม่แล้วให้ดอกดกและเร็วขึ้น จากนั้นก็ลองฟันเล่นอีก 2-3 ต้น ปรากฏว่าได้ผลเหมือนกัน คราวนี้เราก็เต็มที่เลย ต้นไหนสูงเกินหัวเก็บดอกยาก เราตัดทิ้งทั้งหมด ตอนนั้นใครมาเห็นเขาก็ว่าบ้า ตัดหมดแล้วจะเอาดอกจากที่ไหน แต่ปรากฏว่าได้ดอกเยอะ ไป ๆ มา ๆ ก็เลยฟันต้นตามกันหมด ไม่มีแล้วสวนไหนจะปล่อยต้นโตเป็นมะม่วงอย่างแต่ก่อน”

การปลูกจำปีนั้นจะยกร่องสูง 1 เมตร หน้าคันดินกว้าง 1.5 เมตร ระยะระหว่างคันดินหรือร่องกว้างเกือบ 2 เมตร ซึ่งคุณพยุงให้เหตุผลว่ามาจากการที่ทางแถบนี้เป็นดินเหนียว หากฝนตกแล้วยกร่องไม่สูงพอ น้ำจะระบายไปไม่หมดเมื่อเหลือขังอยู่ในดินก็จะทำให้รากเน่าได้

สำหรับการปลูกจำปีนั้น โดยมากเกษตรกรใช้กิ่งพันธุ์จากการตอนเป็นหลัก ซึ่งมีเทคนิควิธีแตกต่างจากการตอนกิ่งทั่วไปเล็กน้อย นั่นคือหลังควั่นกิ่งลอกเปลือกไม้บริเวณที่จะนำขุยมะพร้าวมาหุ้มเรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งไว้จนเนื้อเยื่อบริเวณนั้นแห้งสนิทประมาณ 1 สัปดาห์ จึงค่อยนำขุยมะพร้าวที่แช่น้ำมาหุ้มตามวิธีการตอนกิ่งทั่วไป โดยปาดกะปิใส่สักเล็กน้อย แต่อย่ามากไปเพราะรสเค็มจากกะปิอาจทำให้กิ่งตอนเน่าได้ นอกจากนี้คุณพยุงยังแนะนำว่าหากถิ่นไหนหากาบมะพร้าวได้ง่ายให้นำมาทุบและแช่น้ำทิ้งไว้จนยุ่ยสัก 1 เดือน แล้วนำมาหุ้มกิ่งตอนจะออกรากเร็วและดีกว่า ซึ่งสมัยก่อนตัวคุณพยุงเองก็ใช้วิธีดังกล่าว แต่ปัจจุบันหากาบมะพร้าวได้ยากจึงเปลี่ยนมาใช้ขุยมะพร้าวแทน

“กิ่งตอนที่พร้อมปลูกควรมีอายุประมาณ 4 เดือนขึ้นไป การปลูกจะไม่ได้ใช้วิธีขุดหลุม แต่ทำเป็นเนินดินสี่เหลี่ยมเรียกว่าโกศ กว้างและยาว 1 เมตร สูง 50 เซนติเมตร เว้นระยะระหว่างต้นโดยเอากลางโกศเป็นจุดศูนย์กลาง 4 เมตร เมื่อจะปลูกต้องรดน้ำบริเวณกลางโกศจนชุ่ม จากนั้นจึงแหวกตรงกลางแล้วนำกิ่งพันธุ์ลงปลูก ขั้นตอนนี้ก็ต้องระวังอย่าปลูกลึกเกินไปมันจะตายเอา เอาแค่ให้แนวด้านบนของตุ้มตอนที่แกะขุยมะพร้าวออกเสมอกับหน้าดิน หรือโผล่ขึ้นมานิดหนึ่งให้พอได้อากาศถึงจะดี หลังปลูกให้รดน้ำตามเป็นอันเสร็จ”

การดูแลต้นจำปีหลังปลูกใหม่นั้นค่อนข้างง่าย ปุ๋ยก็ยังไม่ต้องใส่ แต่หากใครจะใส่ปุ๋ยคอกตั้งแต่ในขั้นตอนการเตรียมดินก็ทำได้ แต่ที่ไม่ควรใส่คือปุ๋ยเคมีทุกสูตร หากใส่หลังปลูกใหม่ ๆ ต้นจำปีจะรับไม่ไหว ต้นแตก ใบเหลือง แม้ยังยืนต้นอยู่ได้ก็ต้องมาตัดแต่งใหม่เสียเวลาแทนที่จะได้เก็บดอกขายกันเร็ว ๆ หลังปลูกใหม่คุณพยุงจึงแนะนำให้ใช้เพียงหน้าดินในร่องน้ำของสวนหรือนวลดินที่ตักขึ้นมาพร้อมกับน้ำเพื่อรดแปลง เขย่าสักหน่อยแล้วเทราดไปที่โคนต้นจำปีก็เพียงพอแล้ว ส่วนการให้ปุ๋ยเคมีครั้งแรก ควรเริ่มในระยะที่ต้นจำปีเริ่มออกดอกหรือประมาณเดือนที่ 7 เป็นต้นไป จึงจะเป็นเวลาที่เหมาะสม โดยใช้สูตร 16-16-16 เพียงหยิบมือนำไปโรยบาง ๆ รอบทรงพุ่มหรือห่างจากโคนต้นสัก 50 เซนติเมตร ใส่เดือนละครั้งก็เพียงพอ แต่สำหรับตัวคุณพยุงจะเลือกใส่เฉพาะในช่วงที่ดอกจำปีมีราคาดีเท่านั้น โดยจะใช้ร่วมกับการฉีดพ่นฮอร์โมนที่หมักเองจากผลไม้สุก เช่น กล้วย มะละกอ ขนุน ทุเรียน ผสมพวกเศษหัวปลาในอัตราส่วนวัตถุดิบ 6 กิโลกรัม/กากน้ำตาล 2 กิโลกรัม โดยนำวัตถุดิบที่เตรียมไว้มากวนพร้อมกากน้ำตาลให้เข้ากัน ระหว่างนั้นใส่เปลือกสับปะรดสุกไปด้วยสัก 1 ลูก เสริมด้วยไข่ไปประมาณ 1 แผง นำไปหมักทิ้งไว้และจะเริ่มนำมาใช้ได้ตั้งแต่หมักได้ 6 เดือนเป็นต้นไป

“ถ้าเรารีบใช้เร็ว หมัก 6 เดือนจะได้ธาตุอาหารหลัก คือ N-P-K แต่ถ้าหมักเพิ่มไปถึง 9-12 เดือน จะได้ธาตุอาหารหลักและเสริมธาตุอาหารรองครบทั้ง 16 ชนิด ที่สวนจะฉีดฮอร์โมนตัวนี้ไปพร้อมกับพวกสมุนไพรไล่แมลงที่ทำขึ้นเองจากสะเดา ขี้เหล็ก หางไหลแดง หางไหลขาว และสาบเสือ ทุก ๆ 10 วัน/ครั้ง ในช่วงที่ดอกจำปีราคาดี ส่วนปุ๋ยคอกจะให้ปีละ 2 ครั้ง แต่ละครั้งใส่ปุ๋ย 1 ลูก/ต้นจำปี 2 ต้น ปุ๋ยคอกที่ซื้อมาใช้ส่วนใหญ่เราซื้อมาจากฟาร์มหมูแถวราชบุรีก็ต้องมีการตรวจเช็คให้ดีก่อนว่าที่ฟาร์มซึ่งเราไปซื้อมามีการใช้โซดาไฟหรือไม่ หากมีและปนเปื้อนมาในปุ๋ยคอกจะทำให้ต้นจำปีตายได้”

ไส้เดือน/ปลวก ศัตรูสำคัญไม่ระวังภัยไปยกสวน

ตามปกติแล้วจำปีเป็นต้นไม้ที่ทนต่อโรคและแมลง ในช่วงที่ดอกดกอาจมีปัญหาเรื่องเพลี้ยเข้ามาเจาะกินน้ำเลี้ยงบ้าง แต่สมุนไพรหมักขึ้นเองก็เพียงพอที่จะฉีดพ่นเพื่อขับไล่แมลงที่มารบกวน ปัญหาใหญ่ของผู้ปลูกจำปี โดยเฉพาะตัวคุณพยุงเองจึงมาจากศัตรูพืช 2 ชนิดที่ฟังดูแล้วน่าเหลือเชื่อ อย่างไส้เดือนและปลวก

คุณพยุงบอกว่า ปลวกน่าจะชอบไม้เนื้ออ่อนอย่างต้นจำปี เมื่อพบปลวกเข้ากัดกินลำต้นจะต้องตัดแต่งกิ่งและต้นใหม่เรียกว่าการทำสาว ส่วนไส้เดือนไม่ได้เป็นศัตรูโดยตรงแต่กิจวัตรหลักส่งผลกระทบเต็ม ๆ ต่อต้นจำปี เพราะเมื่อมันชอนไชไปบนคันดินจะเกิดรูหรือช่องว่างมากมาย ที่สำคัญเมือกที่อยู่บนตัวมีคุณสมบัติดูดซับน้ำเอาไว้ได้ เมื่อฝนตกจึงไปตกค้างอยู่ตามรูที่ไส้เดือนผ่านและทิ้งเมือกเอาไว้แทนที่จะระบายลงร่องสวน ทำให้ต้นจำปีเสี่ยงต่อโรครากเน่าได้ง่าย

“ปัญหานี้ทำให้ปวดหัวอยู่นาน ตอนเป็นใหม่ ๆ เราไม่รู้ว่าต้นมันเป็นอะไร จู่ ๆ ต้นมันก็เหี่ยวไม่ออกดอก หรือออกน้อย เพื่อนบ้านก็มีมาแซวว่าสงสัยมันจะเป็นหวัด เพราะเป็นหลังฝนตกเยอะ เราก็ว่าจะบ้าเหรอ มันต้องมีสาเหตุสิ ในใจตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะหนอนเจาะรากแบบเดียวกับสมัยที่เรายังปลูกผักอยู่ แต่ขุดดูใกล้รากก็ไม่เห็น ก็ไล่ตรวจดูทุกต้นทุกร่องจนมาเจอจุดที่ดินมันควรจะแข็งเพราะเป็นดินเหนียวที่เราไม่ได้พรวนดิน แต่เดินแล้วมันยวบก็เอาจอบลงเลย ปรากฏว่าไส้เดือนยั้วเยี้ยอย่างกับเส้นขนมจีน รูก็เพียบฝนตกน้ำมันไปไหนไม่ได้ รากต้นจำปีมันถึงอมน้ำจนเน่า สมัยนั้นพอเจอตัวปัญหาแล้วเราเอาฟูราดานเทใส่เลย ตายเรียบแต่กลิ่นมันฉุนแรงไป ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้กากชาแทนได้ผลเหมือนกัน ใช้ได้ทั้งไส้เดือนทั้งปลวก”

4 อ. ทีเด็ดจำปีดอกดกช่วงหน้าหนาว

คุณพยุงบอกว่า การปลูกจำปีไม่ยาก แต่ต้องเข้าใจ เข้าถึงธรรมชาติ และรู้ใจไม้ดอกบูชาพระชนิดนี้ จึงจะมีโอกาสฟันกำไรงามจากการขายจำปีในช่วงดอกแพง ซึ่งช่วงนาทีทองนั้นให้เริ่มนับตั้งแต่ 5 ธันวาคมเป็นต้นไป จนถึงหลังสงกรานต์หรือราวกลางเดือนเมษายน ซึ่งราคาดอกจำปีสูงถึงดอกละ 70 สตางค์-1 บาท จากราคาขายปกติเฉลี่ย 20 บาท /100 ดอก

“ที่ช่วงนั้นราคาแพงเพราะอากาศมันเย็น ดอกจำปีออกน้อย แต่เรามีวิธีเรียกว่า 4 อ. คือ อิ่ม อั้น อด ออก ทำให้ดอกดกช่วงหน้าหนาว อิ่ม คือ บำรุงต้นให้เต็มที่ ช่วงนี้แหละใส่ปุ๋ยฉีดฮอร์โมนบำรุงให้เขากิน ปุ๋ยใช้สูตรเร่งตาดอก 12-24-12 หว่านให้ทั่วแปลง โดยเริ่มให้ตั้งแต่ 60 วัน ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม ให้ต้นได้กินอาหารเต็มที่อยู่สัก 2 สัปดาห์จึงค่อย อั้นกำจัดวัชพืช กักน้ำ ฉีดฮอร์โมนระงับการแตกยอดอ่อน และจากนั้นจึงปล่อยให้ต้น อด หยุดทุกอย่างไม่ให้อะไรเลย ให้อดจนใบเหี่ยว ระหว่างนั้นให้ตัดแต่งกิ่งรอ รดน้ำสักเที่ยวสองเที่ยว พอต้นจำปีเริ่มออกตาดอกตามตามกิ่งก้านให้หยุดให้น้ำทันที จะทำให้ต้นแตกกิ่งก้านใหม่จากตาดอกพร้อมกับให้ดอก ออก มารับหน้าหนาวทันพอดี”

ธรรมชาติของดอกจำปีนั้นเมื่อผลิดอกจะบานเต็มที่และร่วงหล่นภายใน 24 ชั่วโมง การเก็บจำปีจึงต้องขยันหมั่นเก็บกันทุกวัน ซึ่งชาวสวนจำปีที่หนองแขมเขาจะทยอยเริ่มเก็บกันตอนช่วงค่ำ ๆ กว่าจะเสร็จก็ห้าทุ่มหรือเที่ยงคืน หากดอกมากเพราะอั้นไว้นาน เพียงวันเดียวที่สวนของคุณพยุงจะเก็บดอกจำปีโดยใช้แรงงาน 6-7 คน ได้มากถึง 30,000 ดอก/พื้นที่ 15 ไร่ หากเป็นราคาในช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงเวลานาทีทองตามที่คุณพยุงบอก วันเดียวก็มีรายได้หลายหมื่นบาท แล้วเก็บกันทุกวันตั้งแต่ธันวาคมจนถึงเดือนเมษายน ลองคูณตัวเลขดูแล้วก็ต้องบอกว่าเก็บจำปีขายเดือนเดียวมีรายได้มากกว่าทำงานประจำทั้งปีเสียอีก

เห็นรายได้งามแบบนี้หากท่านใดสนใจ คุณพยุงแนะนำว่าควรมีพื้นที่ขั้นต่ำ 5 ไร่ 1 ครอบครัวสามารถปลูกและเก็บดอกเองได้ เงินลงทุนหากเริ่มใหม่หมดค่าใช้จ่ายสำคัญคือค่าจ้างยกร่องปรับพื้นที่ ปัจจุบันตกไร่ละ 8,000 บาท และกิ่งพันธุ์ที่ขายกัน 80-100 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด พื้นที่ 5 ไร่ใช้เกือบ 100 ต้น เฉพาะต้นทุนทั้ง 2 อย่างนี้ก็ตกประมาณครึ่งแสน แต่ข้อดีคือจำปีปลูกครั้งเดียวเก็บผลผลิตได้นานหลายสิบปี อย่างที่สวนคุณพยุงก็เป็นต้นเก่าอายุอานามไม่ต่ำกว่า 20 ปีแทบทั้งนั้น และสัก 10 ปีก็ทำสาวสักครั้งด้วยการตัดแต่งกิ่ง เท่านี้ก็สามารถให้ผลผลิตได้ต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

สุดสัปดาห์นี้ใครว่างลองแวะเข้ามาเที่ยวสวนจำปีของคุณพยุงได้ ดีไม่ดีได้ของฝากติดมือกันอย่างแน่นอนเพราะที่นี่เขามีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากจำปีให้เลือกช็อปกันอีกเพียบ นัดล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0-2807-2769 และ 08-6090-9608

 

ที่มา   https://www.facebook.com/agriculturemag

Leave a comment

Related Posts