เพาะเชื้อ “เห็ดฟาง” จากต้นกล้วย ทำง่าย แถมต้นทุนต่ำ

เห็ดฟาง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Volvariella volvacea) เป็นเห็ดรับประทานได้ชนิดหนึ่ง มีการเพาะปลูกในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารเอเชียอย่างแพร่หลาย ชื่อเรียกของมันแม้แตกต่างกันไปในหลายประเทศ แต่ก็ยังมีความหมายว่า เห็ดฟาง เหมือนกัน เห็ดฟางมักพบได้ในรูปแบบสด แต่ก็สามารถพบรูปแบบบรรจุกระป๋องหรืออบแห้งจำหน่ายนอกฤดูเก็บเกี่ยวด้วย

ลักษณะดอกเห็ดอ่อนเป็นรูปไข่หรือรูปสามเหลี่ยมมุมป้าน เมื่อเจริญขึ้นจะปริแตกคงเหลือเยื่อหุ้มรูปถ้วยอยู่ที่โคน ผิวนอกของเยื่อหุ้มส่วนมากจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหม่นหรือสีเนื้อ หมวกเห็ดรูปไข่ เมื่อบานเต็มที่เส้นผ่านศูนย์กลาง 4–10 เซนติเมตร กลางหมวกมีขนละเอียดสีน้ำตาลดำหรือสีน้ำตาลแดง ครีบสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน ไม่ยึดติดกับก้าน สั้นยาวไม่เท่ากัน ก้านยาว 4–10 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5–1 เซนติเมตร ผิวสีขาวนวลมีขนสีขาว เนื้อเป็นเส้นหยาบสีขาวรวมกันแน่น ตรงกลางก้านกลวง สปอร์รูปรี สีชมพู ขนาด 5–6 × 7–9 ไมโครเมตร ผิวเรียบ เห็ดฟางตามธรรมชาติเจริญเติบโตบนกองฟางข้าวเป็นกลุ่ม 2–6 ดอก และจะถูกเก็บเกี่ยวในระยะที่ยังเจริญไม่เต็มที่ คือยังเป็นตุ่มกลม ๆ ก่อนที่หมวกเห็ดจะผุดออกมา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4–5 วัน เจริญได้ผลดีที่สุดในภูมิอากาศเขตร้อนที่มีฝนตกชุก เห็ดชนิดนี้ไม่เคยปรากฏประวัติการเพาะปลูกมาก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 19

เห็ดฟางมีลักษณะคล้ายกับเห็ดอีกชนิดหนึ่งมากคือ เห็ดระโงกหิน (ชื่อวิทยาศาสตร์: Amanita phalloides, death cap) ซึ่งเป็นเห็ดพิษ สามารถจำแนกได้ด้วยสีสปอร์ของมัน สปอร์ของเห็ดฟางเป็นสีชมพูอ่อน แต่สปอร์ของเห็ดระโงกหินเป็นสีขาว คนจำนวนมากไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงนี้ เก็บเห็ดระโงกหินที่ขึ้นอยู่ทั่วไปไปรับประทาน โดยเข้าใจว่าเป็นเห็ดฟาง ทำให้เสียชีวิตเป็นอันมาก

เกษตรกรหลายท่านมีความสนใจในเรื่องของการเพาะเห็ด เชื้อเห็ดเรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการเพาะ ชาวเกษตรกรทำการเพาะเห็ดเพื่อเอาไว้บริโภค และขายเป็นการสร้างรายได้สร้างอาชีพที่ดีงาม แต่เนื่องจากเชื้อเห็ดที่จะนำมาเพาะนั้นหาซื้อได้ยากในบางพื้นที่ หรือที่มีขายก็มักจะไม่ค่อยมีคุณภาพที่แน่นอนทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่สม่ำเสมอ และไม่มีคุณภาพ หรือเชื้อเห็ดมีราคาที่แพงเกินไป

เกษตรกรน้อยรายนักที่จะผลิตเชื้อเห็ดเอง เพราะใช้ทุนทรัพย์ค่อนข้างสูง ต้องมีเครื่องมือที่จำเป็นหลายอย่าง ต้องใช้เทคนิคปลอดเชื้อ เพื่อควบคุมการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์แปลกปลอมที่ติดมากับวัสดุที่ใช้เป็นวัสดุเพาะ และสภาพแวดล้อม ซึ่งผู้ปฏิบัติต้องมีการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจึงจะสามารถทำได้ ดังนั้นผู้วิจัยจึงพัฒนาวิธีการผลิตเชื้อเห็ดโดยแบบง่าย โดยไม่ต้องใช้หม้อนึ่งความดันไอน้ำ และตู้เขี่ยเชื้อ ผู้สนใจสามารถทำได้ง่าย และสามารถใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในครัวเรือนมาใช้ในการผลิตเชื้อเห็ดได้ วิธีการทำเชื้อเห็ดฟางอย่างง่ายจากดอกเห็ดฟางสด ทำได้ด้วยตัวเอง

การเพาะเห็ดฟางแบ่งออกเป็น 4 วิธี คือ แบบกองสูง แบบกองเตี้ย การเพาะในโรงเรือน และเพาะด้วยวัสดุประยุกต์ แต่เนื่องด้วยเอกสารหลายฉบับ มีวิธีการเพาะในแบบกองสูง และแบบกองเตี้ยที่แตกต่างกัน จนมักทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสนตามชื่อวิธีกับสภาพความเป็นจริงที่เกษตรกรเพาะ โดยเฉพาะลักษณะความสูงของกอง ดังนั้น ผู้เขียนจึงเสนอรูปแบบตามชื่อของวิธีที่อ้างอิงถึงความสูงของกองฟางเป็นหลัก ดังนี้

วิธีการเพาะเห็ดฟาง

การเพาะเห็ดฟางแบบกองสูง

การเพาะเห็ดฟางแบบกองสูงสามารถเพาะได้ทั้งในที่ร่มหรือกลางแจ้ง แต่พื้นที่เพาะต้องเป็นที่ราบ และมีพื้นเรียบ มีการระบายน้ำดี น้ำไม่ท่วมง่าย

วัสดุ อุปกรณ์

  • ฟางข้าวหรือตอซัง
  • ไม้โครง สูงประมาณ 50-80 ซม. ตามความสูงกองที่ต้องการ หรือไม้ยาวที่สามารถโค้งงอได้ ปัจจุบันเพื่อให้ง่าย บางพื้นที่มีการใช้ไม้แบบเพื่ออัดฟางให้เป็นก้อนสูง
  • ผ้าพลาสติกคลุมแปลง
  • บัวรดน้ำ
  • แป้งข้าวสาลีหรือแป้งข้าวจ้าว
  • เชื้อเห็ดฟาง

ขั้นตอนการเพาะ

  • นำฟางข้าวมาแช่น้ำนาน 1 วัน
  • นำหลักมาปักมุมทั้งสี่ด้าน โดยออกแบบกองให้ด้านยาววางแนวขวางทิศตะวันออก กว้างประมาณ 50-70 ซม. ยาวประมาณ 4 เมตร ช่วงยาวปักหลักยึดอีก ฝั่งละ 3 ช่วง เพื่อกั้นขอบแนวฟาง หรือเป็นขั้นตอนการวางไม้แบบ
  • นำฟางข้าวที่แช่น้ำได้แล้ววางในแนวเดียวกันตามทางยาว พร้อมรดน้ำให้ชุ่ม และขึ้นเหยียบให้ได้ความสูงประมาณ 10 ซม. จากนั้น โรยเชื้อเห็ดฟางตามขอบกอง โดยให้ห่างจากขอบลึกเข้าไปประมาณ 10-12 ซม. ก็จะได้ชั้นที่ 1
  • นำฟางมาเรียงทับ โดยให้หันปลายฟางสลับกันกับกองฟางในชั้นแรก รดน้ำแล้วกดหรือขึ้นเหยียบให้สูงประมาณ 10 ซม. เหมือนกับกองชั้นแรก จากนั้นโรยเชื้อเห็ดที่ผสมกับแป้งสาลีแล้ว ก็จะได้ชั้นที่ 2
  • ทำตามขั้นที่ 1 และ 2 เรื่อย ๆ จนได้กองสูงตามต้องการ โดยแนะนำให้กองสูงในฤดูหนาวสูงกว่าฤดูร้อน เพราะการเพาะในฤดูร้อนหากกองสูงมากอาจทำให้เชื้อตายจากอุณหภูมิจากการหมัก และสภาพอากาศได้ง่าย
  • นำผ้าพลาสติกคลุมให้ทั่วกอง ควรปล่อยให้มีช่องลมเล็กน้อยเพื่อระบายอากาศ และรักษาความร้อนที่เหมาะสม

ปัจจุบันการเพาะเห็ดฟางแบบกองสูง ในบางพื้นที่เกษตรมีการใช้อาหารเสริม เช่น รำข้าว กากมันสำปะหลัง กากถั่วเหลือง เป็นต้น ใช้โรยตามขอบกองก่อนโรยเชื้อเห็ด เพื่อเป็นแหล่งอาหาร และทำให้ดอกเห็ดใหญ่

การดูแล

  • ในช่วงหลังการเพาะ 3-4 วัน แรก ไม่ต้องรดน้ำ
  • ประมาณวันที่ 3-5 จะพบเห็นการเติบโตของเชื้อเห็ดฟางที่มีลักษณะเป็นเส้นใยสีขาวหรือเกิดตุ่มเห็ดจำนวนมาก
  • ประมาณวันที่ 4-5 ให้ตรวจเช็คความชื้น ด้วยการบีบฟางข้าวดู หากฟางข้าวมีน้ำไหลออกแสดงว่าความชื้นยังเพียงพอ แต่หากบีบฟางแล้วรู้สึกแห้งกรอบ ไม่มีน้ำเลยจำเป็นต้องรดน้ำให้ชุ่ม
  • ในระยะประมาณวันที่ 7-9 ดอกเห็ดจะเติบโตพร้อมสามารถเก็บผลผลิตได้ ในระยะนี้ห้ามรดน้ำเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ดอกเห็ดเน่าได้

การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย

เป็นวิธีการเพาะเห็ดฟาง ด้วยการกองฟางบนดินเพียงชั้นเดียวหรือ 2-3 ชั้น ที่กองไม่สูงมาก ปัจจุบันเป็นที่นิยมของเกษตรกรที่เพาะเห็ดฟางเพื่อบริโภคเองหรือจำหน่ายตามครัวเรือนเล็ก ๆ แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ วิธีใช้ไม้แบบ และไม่ใช้ไม้แบบ

วัสดุ อุปกรณ์

  • ฟางข้าว
  • อาหารเสริม เช่น รำข้าว กากมันสำปะหลัง กากถั่วเหลือง เป็นต้น
  • ไม้โครง
  • ผ้าพลาสติก
  • บัวรดน้ำ
  • แป้งข้าวสาลีหรือแป้งข้าวจ้าว
  • เชื้อเห็ด

ขั้นตอนการเพาะ (แบบไม่ใช้ไม้แบบ)

  • นำฟางข้าวมาแช่น้ำนาน 1 วัน
  • นำฟางข้าวที่แช่น้ำได้แล้ววางเป็นกองในแนวเดียวกันตามทางยาว เพียงชั้นเดียว รดน้ำให้ชุ่ม พร้อมใช้มือกดหรือขึ้นเหยียบให้มีความสูงประมาณ 10-15 ซม. ความกว้างประมาณ 1 เมตร ยาวตามความเหมาะสม
  • นำอาหารเสริมมาโรยทับให้ทั่ว พร้อมโรยด้วยเชื้อเห็ดฟางที่คลุกกับแป้งสาลี
  • นำฟางมามาโรยทับบาง ๆ หรือให้หนาเพียง 1-2 ซม. เท่านั้น และรดน้ำพอชุ่ม
  • ทำการปักหลักยึดโครง พร้อมนำผ้าพลาสติกคลุมให้ทั่วกอง และปล่อยให้มีรูระบายอากาศเล็กน้อย

ขั้นตอนการเพาะ (แบบใช้ไม้แบบ)

  • นำฟางข้าวมาแช่น้ำนาน 1 วัน
  • นำฟางข้าวที่แช่น้ำได้แล้ววางอัดเป็นกองในไม้แบบ กว้างประมาณ 30 ซม. สูง 20-30 ซม. ความยาวตามความเหมาะสม รดน้ำให้ชุ่ม พร้อมใช้มือกดหรือขึ้นเหยียบให้มีความสูงประมาณ 10 ซม.
  • นำอาหารเสริมมาโรยทับให้ทั่ว โดยโรยห่างจากขอบกองลึกประมาณ 8-10 ซม. พร้อมโรยด้วยเชื้อเห็ดฟางที่คลุกกับแป้งสาลี หลังจากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม
  • นำฟางมามาโรยทับเป็นชั้นต่อไป และโรยเชื้อ ซึ่งวิธีนี้จะได้ชั้นเห็ดที่ 3 ชั้น จากความสูงกอง 30 ซม. ชั้นสุดท้ายโรยฟางปิดบาง ๆ พร้อมแกะไม่แบบออก
  • ปักหลักยึดโครง และคลุมด้วยผ้าพลาสติก

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้

  • ตะกร้าพลาสติก เป็นตะกร้าทรงกลมที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด ขนาดประมาณ 18 นิ้ว สูงประมาณ 11 นิ้ว ยิ่งมีตาห่างมากเท่าไร่ยิ่งดี เพราะจะเพิ่มพื้นที่การงอกของเห็ดให้มากขึ้น โดยอาจประยุกต์ใช้วัสดุอื่นแทน เช่น การใช้ลวดขึง แต่ทั้งนี้ ต้องปรับปรุงวัสดุเพาะให้เป็นก้อนติดกันได้ดีเพื่อป้องกันการร่วงหล่นออกจากช่องที่ห่างมาก
  • วัสดุเพาะ ได้แก่ ฟางข้าว ชานอ้อย ขี้เลื่อย ผักตบชวา ต้นกล้วย รวมถึงก้อนวัสดุเพาะเห็ดเก่าที่ไม่มีเชื้อรา แต่ทั่วไปนิยมฟางข้าวเป็นหลัก และวัสดุอื่นผสม รองลงมาจะเป็นผักตบชวา และต้นกล้วย รวมถึงพืชต่าง ๆ ที่มีเยื่ออ่อน ส่วนซานอ้อย และขี้เลื่อย เนื่องจากหายาก มักใช้มากในโรงเพาะขนาดใหญ่ที่สามารถสั่งซื้อจากโรงงานครั้งละมาก ๆ ซึ่งจะให้คุณภาพเห็ดที่ดีกว่าวัสดุเพาะจากผักตบชวาหรือพืชเยื่ออ่อน เนื่องจากวัสดุพืชผักมักเกิดการเน่าได้ง่าย
  • อาหารเสริม เป็นวัสดุที่ย่อยง่าย มีขนาดเล็กเพื่อช่วยให้เห็ดนำมาใช้สำหรับการเจริญเติบโตได้ง่าย ได้แก่ รำละเอียด เมล็ดถั่วเหลืองป่น กากแป้งมันสำปะหลังป่น และกากน้ำตาล เป็นต้น รวมถึงแป้งข้าวเหนียว ข้าวจ้าวหรือแป้งสาลี สำหรับคลุกกับหัวเชื้อ
  • เชื้อเห็ดฟาง เชื้อเห็ดสามารถหาซื้อได้ตามฟาร์มเห็ดหรือศูนย์ราชการ หัวเชื้อถุง 1 ถุง/3-4 ตะกร้า หรือเชื้ออีแปะ 1 ถุง/ตะกร้า เชื้อเห็ดฟางจากอาหารเลี้ยงเชื้อ เรียกว่า “เชื้อปอน” เพี้ยนมาจากคำว่า spawn(สปอน) หรือบางครั้งเรียกว่า “หัวเชื้อ หรือเชื้อแม่”  ส่วนเชื้อที่ได้จากการนำเชื้อปอนมาเลี้ยงขยายที่บรรจุถุง เรียกว่า “เชื้ออีแปะ” หรือ “เชื้อต่อ” เมื่อได้เชื้อมาแล้ว ห้ามนำเชื้อไปเก็บในตู้เย็นเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เชื้อเป็นหมัน
  • พลาสติกคลุม เป็นพลาสติกขุ่นหรือใส ใช้สำหรับคลุมตะกร้าเพาะเห็ด นอกจากนั้น อาจประยุกต์ใช้ถุงปุ๋ยเย็บต่อกันเป็นผืนใหญ่ก็ได้
  • โครงไม้ไผ่ เป็นอุปกรณ์จักสานจากไม้ไผ่สำหรับเป็นโครงครอบตะกร้าเพาะเห็ด อาจมีลักษณะเป็นทรงโค้งคล้ายสุ่มไก่หรือเป็นโครงไม้ไผ่ทรงสี่เหลี่ยมก็ได้ นอกจากนี้ อาจทำเป็นเสาไม้ทั้งสี่ด้านตียึดเป็นโครงด้วยไม้ไผ่โดยไม่ต้องสานก็ได้ยิ่งง่ายดี ทั้งนี้ ไม้ที่ใช้ควรตากให้แห้ง และทาน้ำด้วยยิ่งดี เพราะจะช่วยป้องกันเชื้อราได้
  • วัสดุรองตะกร้า เป็นวัสดุที่ใช้สำหรับวางบนพื้นเพื่อรองตะกร้า อาจทำจากไม้ไผ่หรือโครงเหล็ก
  • อุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ ได้แก่ บัวรดน้ำหรือสายยาง ไม้ทุบก้อนเชื้อเห็ด มีด เป็นต้น

นอกจากการเพาะเห็ดในขั้นตอนต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว อาจจะมีวิธีอื่น ๆ อีกหลายวิธี และมีวัสดุหลัก ๆ ที่สามารถนำมาเพาะปลูกเห็ดฟางได้อีก หากใครมีวิธีที่หลากหลายกว่านี้ ง่ายกว่าและสามารถทำได้ในเวลาอันสั้น อย่าลืมเอามาแชร์กันนะคะ

 

ที่มา  https://www.postsod.com/mushroom-agriculture?fbclid=IwAR3jFNVWr9C3CFplePTWu8YuOV_vXZCCQx90JqQ-WeH6JnQYlEaWDwxmDzE  ,  https://puechkaset.com/เห็ดฟาง/

Leave a comment

Related Posts