เพาะพันธุ์ “ปลากราย” เน้นพ่อแม่พันธุ์ธรรมชาติ

ปลากรายนับเป็นปลาน้ำจืดอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมบริโภค โดยเฉพาะใช้เป็นวัตถุดิบผลิตทอดมันหรือลูกชิ้น ราคาขายในตลาดจึงสูง ส่วนบริเวณเนื้อเชิงครีบก้น เรียกว่าเชิงปลากราย เป็นส่วนที่นิยมมาปรุงอาหารโดยนำมาทอดกระเทียมหรือชุบแป้งทอด แม้ว่าเนื้อจะมีก้างมาก แต่ก็เป็นที่นิยมเพราะมีรสชาติอร่อย นอกจากใช้เป็นอาหารแล้ว ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจ เช่น เลี้ยงในท้องร่องสวน และนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามด้วย ที่เลี้ยง ง่าย อดทน และจะมีราคาแพงยิ่งขึ้นในตัวที่จุดเยอะ หรือตัวที่สีกลายเป็นสีเผือก หรือสีทองคำขาว หรือในตัวที่เป็นปลาพิการ ลำตัวสั้นกว่าปกติ มีชื่อเรียกอื่น เช่น “ปลาหางแพน” ในภาษากลาง “ปลาตอง” ในภาษาอีสาน “ปลาตองดาว” ในภาษาเหนือ เป็นต้น

คุณวิทยา สาเพิ่มทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่ชื่นชอบปลากรายมาตั้งแต่เด็ก จนทำให้สัตว์น้ำจืดชนิดนี้เป็นเหมือนแรงบันดาลใจ ที่อยากทดลองเพาะพันธุ์ด้วยสองมือของเขาเอง ซึ่งจากความพยายามไม่ได้นำมาแต่ความสำเร็จ แต่สามารถเป็นงานที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้อีกด้วย

วิทยาการความรู้ของการเพาะพันธุ์ปลากรายนั้น คุณวิทยา เล่าว่า ได้ไปศึกษาที่สำนักงานประมงในจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับเรื่องการเพาะพันธุ์ปลากรายโดยเฉพาะ จึงเป็นผลทำให้เขาประสบผลสำเร็จเป็นที่ภาคภูมิใจมาจนทุกวันนี้

ช่วงที่ปลากรายวางไข่เพื่อการขยายพันธุ์จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม-เดือนตุลาคม ซึ่งการผสมพันธุ์ปลากรายให้ลูกปลามีความแข็งแรง คุณวิทยา บอกว่า ต้องหาสายพันธุ์จากแหล่งอื่นมาผสมด้วย ลูกปลาจึงจะมีความแข็งแรง เพื่อให้ภายในบ่อมีพ่อแม่พันธุ์มีความหลากหลาย “ปลากรายที่มีก็จะซื้อจากคนที่เขาไปหามาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ มาครั้งละ 20-30 กิโลกรัม ช่วงหลังก็จะขอซื้อจากคนที่รู้จัก ที่เขาเลี้ยงสำหรับขาย ก็จะขอซื้อเขามาบ้างเพื่อไขว้สายพันธุ์ เพื่อให้ลูกปลากรายที่ได้แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งการนำปลามาเลี้ยงภายในบ่อก็ต้องทำเลียนแบบธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ให้เหมือนเขาอยู่ตามธรรมชาติ” คุณวิทยา เล่าถึงการได้มาของพ่อแม่พันธุ์ นำพ่อแม่พันธุ์ปลากรายมาใส่บ่อดิน ที่มีขนาดประมาณ 1-2 ไร่ ที่มีความลึก ตั้งแต่ 120-170 เซนติเมตร โดยให้พื้นบ่อมีตื้นลึกสลับกัน

อาหารสำหรับใช้เลี้ยงปลากราย จะเป็นอาหารเม็ดที่มีโปรตีน 40 เปอร์เซ็นต์ โดยให้สลับกับเหยื่อสด วันละ 1 ครั้ง เนื่องจากปลากรายไม่ได้ส่งจำหน่ายเป็นปลาเนื้อ แต่เลี้ยงเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ ดังนั้น จะไม่เน้นให้ปลามีลักษณะที่อ้วนมากเกินไป เมื่อถึงเวลาที่ต้องเช็กแผ่นไม้ที่ปักในบ่อ ว่ามีปลามาวางไข่หรือไม่ คุณวิทยา บอกว่า จะปล่อยน้ำให้มีระดับลดลงประมาณ 50 เซนติเมตร เสียก่อน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ปลากรายวางไข่อีกด้วย “ช่วงแรกปลาจะให้ไข่ได้น้อยหน่อย ซึ่งช่วงที่เราไปงมดูแผ่นไม้ เราก็จะเอาน้ำในบ่อออกบ้าง พอเรางมไข่ขึ้นมาได้ ช่วงเย็น ๆ จะปล่อยน้ำเข้ามาในบ่อให้เพิ่มขึ้นเท่าเดิม เพราะการทำแบบให้น้ำขึ้นน้ำลง มันก็เป็นการกระตุ้นให้ปลาไข่ได้ดีด้วย” คุณวิทยา อธิบาย

จากนั้นนำแผ่นไม้ที่มีไข่ปลากรายติดอยู่มาใส่ลงในบ่อปูน ขนาด 1.20×1.50 เมตร ความลึก 80 เซนติเมตร หรือถ้าใครมีภาชนะ เช่น โอ่งใหญ่ ก็สามารถนำมาใช้ได้ โดยต้องมีเครื่องทำออกซิเจนอยู่ภายในบ่อตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน ลูกปลาจะออกจากไข่ ซึ่งระยะนี้ยังไม่ต้องให้อาหาร เพราะลูกปลากรายยังมีถุงไข่แดงติดอยู่ที่หน้าท้อง อยู่ได้ประมาณ 3 วัน เรียกปลาขนาดไซด์นี้ว่า ไซด์ตุ้ม ก็สามารถจำหน่ายได้

การเพาะพันธุ์ปลากรายให้ได้ผลดี พ่อแม่พันธุ์ถือว่ามีความสำคัญมาก ต้องมีความสมบูรณ์ ยิ่งมีแม่พันธุ์ที่มีน้ำหนัก 2-3 กิโลกรัม ต่อตัว อัตราการให้ไข่ก็ยิ่งดีตามไปด้วย และที่สำคัญมากไม่แพ้กันคือ สภาพแวดล้อมที่เลี้ยง ซึ่งหลังจากเก็บไข่ขึ้นมาแล้ว จำเป็นต้องจำลองภายในบ่อให้ปลาเหมือนอยู่กับธรรมชาติ เช่น การเปิดสปริงเกลอร์ช่วยให้คล้ายเหมือนฝนตกก็จะทำให้ปลายกรายวางไข่ได้เร็วขึ้น คุณวิทยา ยังเล่าต่อไปถึงเรื่องอุปสรรคในการเพาะพันธุ์ปลากรายว่า น้ำถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะหากได้น้ำที่ไม่สะอาด เมื่อนำมาใส่ลงในบ่อจะทำให้เวลาที่ปลาวางไข่ ไข่ของปลากรายจะเสียและไม่มีความแข็งแรง

จากความสำเร็จของการเพาะพันธุ์ปลากรายด้วยสองมือของคุณวิทยา เขาเล่าว่าเรื่องที่ท้าทายไม่แพ้กันก็คือ เรื่องการตลาด เพราะเขาเป็นเจ้าใหม่ ๆ ในสมัยก่อน ที่เข้าสู่วงการนี้จึงต้องสู้รบปรบมือกับคู่แข่งค่อนข้างมาก “ช่วงแรกที่เรามีลูกปลาพร้อมจำหน่ายแล้ว บอกเลยว่าตลาดนี่ยังไม่แน่นอน โดนกดราคาบ้าง อย่างสมมุติตกลงราคากันอยู่ที่ 30 สตางค์ พอเขามาซื้อเราจริง ๆ ก็บอกปลาตอนนี้เหลือตัวละ 10 สตางค์นะ เขาขายไม่ค่อยได้ เราก็เลยต้องจำยอม เพราะตลาดเรายังไม่กว้างพอ” คุณวิทยา เล่าถึงอุปสรรคของตลาด ต่อมาเมื่อเป็นที่รู้จักของคนที่สนใจอยากเลี้ยงปลากรายเป็นอาชีพมากขึ้น เรื่องตลาดจึงไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเขาอีกต่อไป จึงผลิตลูกปลากรายไซด์ตุ้มเพื่อให้ลูกค้านำไปอนุบาลต่อ โดยจำหน่ายลูกปลากรายไซด์ตุ้ม อยู่ที่ตัวละ 20-30 สตางค์ ซึ่งราคาขึ้นลงตามกลไกตลาด ซึ่งต่อไปในอนาคตจะไม่ได้จำหน่ายแต่ปลาไซด์ตุ้มอย่างเดียว แต่จะทำเป็นปลาไซด์นิ้วอีกด้วย เพื่อตอบโจทย์กับลูกค้ามากขึ้น ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวิทยา สาเพิ่มทรัพย์ หรือที่ลูกค้ารู้จักกันในชื่อ เอ๋ ปลากราย ที่หมายเลขโทรศัพท์ (086) 166-7873

เผยเทคนิคเลี้ยงปลากราย 1 ปี ได้น้ำหนัก 1 ตัวโลกว่า ตลาดรับซื้อ 70-96 บาท/กก.

ถ้าพูดถึงปลาน้ำจืดที่หลายๆคนชอบทาน 1 ในนั้นต้องมีปลากรายติดโผมาด้วยแน่นอน วันนี้ทีมงานวีกเอ็นด์ฟาร์มจะพาไปดูการเพาะปลากรายขาย ที่ราคาตกกิโลกรัมละเกือบ 100 บาท โดยทั่วไปปลากราย จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป อย่างภาคเหนือ เรียกว่า ปลาหางแบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า ปลาตองกราย ซึ่งปลาชนิดนี้จัดเป็นปลาประเภทกินเนื้อที่หากินตามธรรมชาติเป็นสัตว์น้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง บึง เกือบทั่วประเทศ คุณอนันต์ หิมารัตน์ ผู้เลี้ยงปลากรายในบ่อดิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรที่มากด้วยประสบการณ์ เพราะปัจจุบันเขาเลี้ยงปลากรายไปพร้อม ๆ กับการทำการเกษตรอื่น ๆ ไปด้วย

คุณอนันต์ เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการมาเลี้ยงปลากราย เกิดจากที่มีพ่อแม่พันธุ์ปลากราจากธรรมชาติ อยู่ ในช่วงแรกจึงได้ทดลองเพาะขยายพันธุ์ มีคนเข้ามาสอบถามหาชื้อลูกพันธุ์ จึงเริ่มเพาะจำหน่ายพร้อมกับเลี้ยงจำหน่ายตัวปลาไปพร้อม ๆ กันสำหรับการเพาะพันธุ์ปลากรายสามารถทำได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องฉีดฮอร์โมนกระตุ้นก็สามารถวางไข่ได้เองในบ่อดิน ซึ่งการเลี้ยงในบ่อดินนั้นจะนิยมให้อาหารสำเร็จรูปชนิดอาหารของปลากินเนื้อ โดยนำลูกปลากรายขนาดไซซ์เล็กที่ออกจากไข่ใหม่ๆ มาอนุบาลในบ่อปูน ขนาด 2×2 เมตร ใส่น้ำให้มีปริมาณความลึก 30 เซนติเมตร ปล่อยลูกปลากราย ประมาณ 15,000 ตัว ต่อบ่อ

จากนั้นจะนำไปเลี้ยงในบ่อดินโดยทั่วไป ความลึกประมาณ 1.50 เมตร 1 บ่อ โดยในช่วงแรก จะนำมุ้งเขียวมากักบริเวณให้ลูกปลาอยู่ในเนื้อที่ 200 ตารางวา ส่วนด้านบนก็ใช้ตาข่ายคลุมเพื่อกันนกไม่ให้ลงมากินลูกปลา ปล่อยลูกปลากรายเลี้ยงในบ่อดิน ประมาณ 40,000 ตัว ต่อบ่อ คุณอนันต์ บอกว่า ปลากรายที่เลี้ยงภายในฟาร์มจะเลี้ยงให้มีอายุประมาณ 1 ปี จะได้ปลาที่มีน้ำหนัก ประมาณ 1 กิโลกรัมกว่า ๆ ต่อตัว โดยตลาดส่วนใหญ่จะเป็นแม่ค้าที่มารับซื้อถึงฟาร์ม และส่งจำหน่ายตามท้องตลาดบ้าง ซึ่งราคาจำหน่ายตกกิโลกรัมละ 70-96 บาท ขึ้นอยู่ว่าช่วงนั้นปลาขาดตลาดมากหรือน้อย สำหรับท่านใดที่สนใจการเลี้ยงปลากราย ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอนันต์ หิมารัตน์ หมายเลขโทรศัพท์ (081) 836-6205

 

ที่มา  https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_74284  ,  https://www.matichon.co.th/sme/news_407508

Leave a comment

Related Posts