เคล็ด(ไม่)ลับ กับมะนาวของสวน “วโรชา”

ในวงการมะนาว เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ “วโรชา จันทโชติ” ผู้พัฒนาพันธุ์มะนาว “แป้นวโรชา” ที่โด่งดัง ด้วยคุณสมบัติที่เหมือนมะนาวโบราณ คือ กลิ่นหอม เปลือกบาง รสชาติดี น้ำเยอะ ที่สำคัญยังให้ผลผลิตดี ออกลูกตลอดทั้งปี จึงเป็นที่สนอกสนใจของเกษตรกรทั่วไป ทำให้กิ่งพันธุ์มะนาวแป้นวโรชาถูกจำหน่ายกระจายไปทั่วประเทศ รวมถึงต่างประเทศด้วย ไม่ว่าเป็นลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม แม้กระทั่งออสเตรเลียก็มีเกษตรกรเข้ามาศึกษาดูงานพร้อมซื้อกิ่งพันธุ์กลับไปปลูกจำนวนมาก ถือเป็นความต้องการที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ผลผลิตคุณภาพดี ต้นพันธุ์จึงเป็นที่ต้องการ

มีโอกาสพูดคุยกับคุณวโรชาถึงเบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสิ่งที่ทำให้มะนาวแป้นวโรชาเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขนาดนี้ อย่างแรกก็คือเรื่องของคุณภาพผลผลิตที่ได้ผ่านการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นับย้อนกลับไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน มะนาว “แป้นวิเศษ” ที่ถือเป็นมะนาวพันธุ์ดั้งเดิมของอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นมะนาวโบราณของพื้นที่นี้ ที่มีจุดเด่นตรงที่เป็นมะนาวทะวาย ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ผลมีลักษณะแป้น มีน้ำมาก น้ำมีกลิ่นหอม รสชาติเปรี้ยวจัดแต่ละมุนลิ้น ซึ่งได้นำมาปลูกที่สวนวโรชาพร้อมพิจารณาแล้วว่าเป็นมะนาวที่ตลาดต้องการ แต่ทว่ามีข้อด้อยเรื่องปริมาณของผลผลิต คุณภาพผลผลิตอีกเล็กน้อย รวมทั้งความทนทานต่อโรค ซึ่งถือเป็นข้อด้อยของมะนาวเปลือกบางทั่วไป จึงได้มุ่งพัฒนาพันธุ์พร้อมวิธีการปลูก การจัดการดูแลขึ้นมา เพื่อให้ได้มะนาวที่มีคุณสมบัติตรงตามตลาดต้องการ ทั้งยังให้ผลผลิตดี รวมทั้งทนทานต่อโรคที่สำคัญด้วย

จากมะนาวแป้นวิเศษก็ได้ถูกพัฒนาพันธุ์โดยวิธีการจัดการสภาพแวดล้อมและปัจจัยการผลิตที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ซึ่งวิธีนี้ทำให้ได้มะนาวที่มีคุณสมบัติที่ตรงตามความต้องการเช่นเดียวกันกับการผสมข้ามพันธุ์ แต่ทว่าต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนาน โดยทางสวนได้คัดเลือกต้นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ นำมาปลูกและกระจายพันธุ์ โดยการปลูกก็เป็นลักษณะการเอื้อให้ต้นมะนาวเติบโตได้อย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ผลผลิตจำนวนมาก เน้นการปลูกลงดินซึ่งรากจะเดินอย่างอิสระ ใช้วัสดุปลูกที่มีความร่วนซุย ระบายน้ำง่าย อากาศถ่ายเทสะดวก มีโครงสร้างที่เหมาะสม ช่วยให้รากดูดซึมธาตุอาหารได้ง่าย ตลอดจนมีธาตุอาหารสำรองสำหรับต้นมะนาว เช่น มูลโค ขุยมะพร้าว ขี้เถ้าแกลบ แกลบดิบ และเศษใบไม้ใบหญ้า เป็นต้น ตรงนี้เองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มะนาวสามารถพัฒนาการให้ผลผลิต รวมถึงคุณภาพของผลผลิตไปในทิศทางที่ดีได้

ขณะที่การใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นตัวหลัก ไม่ว่าเป็นมูลโค มูลเป็ด มูลไก่ มูลนกกระทา ในการสร้างความสมบูรณ์ให้ต้นมะนาว ซึ่งปุ๋ยอินทรีย์จะปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างช้า ๆ ทำให้รากมะนาวดูดซึมได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กิ่ง ก้าน ใบ มีความสมบูรณ์แบบคงทน เหนียว ที่สำคัญผลผลิตที่ออกมามีเปลือกที่บาง น้ำเยอะ แม้ลูกขนาดเล็กก็มีน้ำและให้รสชาติที่ดีด้วย อีกทั้งยังติดดอกออกผลได้ตลอดทั้งปี หรือมีการกระตุ้นด้วยฮอร์โมนก็ให้ผลผลิตได้จำนวนมาก ส่วนการใช้เคมีก็มีบ้างเพียงเล็กน้อย เพื่อเป็นการกระตุ้นการเจริญเติบโตในช่วงแรกของการปลูก รวมถึงกระตุ้นเพื่อให้การติดดอกออกผลมีความสมบูรณ์ นอกเหนือจากนั้นจะเป็นการใช้อินทรีย์ทั้งหมด กล่าวได้ว่าเคมีเป็นตัวกระตุ้น แต่อินทรีย์เป็นตัวเลี้ยง ทำให้ผลผลิตในการดูแลลักษณะนี้ ผลผลิตค่อนข้างแตกต่างจากสายพันธุ์เดิมพอสมควร

“ลักษณะของอินทรียวัตถุแต่ละชนิดที่ให้ จะสร้างความแตกต่างในการให้ผลผลิตของมะนาวได้อย่างชัดเจน ซึ่งเปรียบเทียบกับคนเรา แม้เป็นพี่น้องกัน แต่ถ้าอยู่คนพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน อาหารการกินต่างกัน ทั้งสองคนก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปด้วย มะนาวก็เช่นกัน การให้ปุ๋ยอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยให้อินทรียวัตถุต่าง ๆ อย่างที่กล่าวมา ส่งผลให้มะนาวมีผลผลิตที่เพี้ยนไปจากสายพันธุ์เดิม แต่เป็นการเพี้ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น” จึงเป็นที่มาของมะนาวสาย “พันธุ์แป้นวิเศษวโรชา” จากสายพันธุ์แป้นวิเศษที่ผลผลิตมีคุณภาพที่ดีอยู่แล้ว กระชากสายพันธุ์ด้วยวิธีการเลี้ยงและการจัดการ ทำให้ได้มะนาวที่ผลใหญ่ น้ำมาก น้ำขาวใส อายุผลแค่ 2 เดือนก็ให้น้ำแล้ว รสชาติดี มีกลิ่นหอมและเมล็ดน้อย ที่ใบจะมีธนูใบ ที่สำคัญมะนาวแป้นวิเศษวโรชาออกลูกทั้งส่วนปลายยอดและตามกลางกิ่งเหมือนมะยม ขณะที่แป้นวิเศษเดิมออกเฉพาะปลายยอดเท่านั้น จึงทำให้ได้ผลผลิตต่อต้นสูง กิ่งหนึ่งให้ผลผลิตได้มากถึง 60 ลูก ทั้งนี้เนื่องจากการให้ปุ๋ยอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นมะนาวดูดซึมธาตุอาหารสะสมไว้ตามกิ่งก้าน เมื่อติดผลจึงติดตามกิ่งก้านที่สมบูรณ์ด้วย ซึ่งเป็นการเบ่งศักยภาพด้วยการเลี้ยงดูที่ดี

ขายองค์ความรู้ ควบคู่กิ่งพันธุ์

นอกจากเรื่องคุณภาพของผลผลิตแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้กิ่งพันธุ์มะนาวแป้นวโรชาสามารถจำหน่ายได้จำนวนมาก และเป็นที่ต้องการของเกษตรกรโดยเฉพาะรายใหม่ ๆ ที่สนใจการปลูกมะนาวก็คือ “องค์ความรู้ การปลูกและดูแลมะนาว” ที่คุณวโรชาจะถ่ายทอดให้ผู้สนใจอยู่เสมอ ๆ โดยเปิดสวนเป็นสถานที่ฝึกอบรมการปลูกมะนาวอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการเลยเข้ามาเรียนรู้และกลับไปปฏิบัติได้ทันที และกิ่งพันธุ์ทุกกิ่งที่จำหน่ายออกไป ไม่ว่าซื้อกิ่งเดียว หรือเป็น 100 กิ่ง ก็มีใบโปรแกรมการจัดการดูแลแต่ละระยะไปให้ด้วย ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงเก็บผลผลิต ระบุชัดเจนว่าต้องให้ปุ๋ยวันไหน อย่างไร ฉีดยาอะไรช่วงไหน หากทำตามโปรแกรมอย่างเคร่งครัด โอกาสประสบความสำเร็จมีสูง

“วิธีที่ถ่ายทอดให้เกษตรกร ไม่ใช่วิธีที่ดูจากแค่ในตำราแล้วนำมาบอกต่อเท่านั้น แต่เป็นวิธีที่ได้ศึกษาทดลอง ผ่านอุปสรรค ปัญหา แล้วก็แก้ไขจนได้องค์ความรู้ใหม่ ถึงส่งต่อความรู้นั้นให้เกษตรกรอีกทอดหนึ่ง บางเรื่องเกษตรกรเองก็ไม่เคยเห็นจากที่อื่น และบางเรื่องก็อาจขัดแย้งกับที่เกษตรกรเคยรับรู้มา ซึ่งช่วงแรก ๆ ก็ถูกปฏิเสธอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเกษตรกรได้ลองนำวิธีที่เราแนะนำไปปฏิบัติดูแล้วได้ผล ก็เกิดการบอกต่อและมีผู้เข้ามาศึกษาดูงานจำนวนมาก กิ่งพันธุ์ของสวนก็จำหน่ายได้มากตามนั่นเอง” ได้แนะนำเกษตรกรเสมอว่าไม่ควรปลูกมะนาวในวงบ่อท่อเพราะทำให้รากหากินได้ไม่สะดวก ต้นโทรมและให้ผลผลิตไม่ดีเท่ากับการปลูกลงดิน ซึ่งการปลูกในวงบ่อท่อนั้นเป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่ที่น้ำท่วมขังเท่านั้น แต่หากเป็นพื้นที่ทั่วไป และต้องการได้ผลผลิตคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจต้องปลูกลงดินเท่านั้น

องค์ความรู้ในการปลูกมะนาวที่สวนวโรชาถ่ายทอดให้เกษตรกร คือ “ปลูกลงดินโดยไม่ใช้ดิน” เป็นวิธีการปลูกมะนาวโดยใช้ดินเป็นเพียงภาชนะปลูกเท่านั้น แล้วเลือกใช้วัสดุปลูกอื่น ๆ ที่มีความเหมาะสมตรงกับความต้องการของมะนาวมากกว่า รูปแบบนี้ทำให้สามารถปลูกมะนาวได้ทุกพื้นที่ ทั้งยังทำให้ต้นมะนาวเจริญเติบโตได้ดี ไม่มีข้อจำกัดของสภาพพื้นดินที่ไม่เหมาะสม ทำให้มะนาวได้สารอาหารครบถ้วน ส่งผลให้ได้ผลผลิตสูงและที่สำคัญการปลูกด้วยวิธีนี้มีต้นทุนต่ำมาก สำหรับขั้นตอนการปลูกมะนาวลงดินโดยไม่ใช้ดิน เริ่มจากการเตรียมวัสดุปลูกที่นำมาใช้แทนดิน โดยจะเลือกใช้วัสดุที่รากมะนาวสามารถชอนไชได้ง่าย ช่วยให้ดูดซึมธาตุอาหารได้ดี หาง่ายและมีราคาถูก โดยวัสดุที่ใช้หลัก ๆ ได้แก่ แกลบดิบ ควรใช้แกลบเก่าหรือนำไปผ่านกระบวนการย่อยสลายเสียก่อน ขี้เถ้าแกลบ ขุยมะพร้าว เศษไม้ใบหญ้าที่แห้งแล้ว มูลวัวแห้ง ทั้งหมดเป็นวัตถุดิบที่ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี แต่มีความชื้นสูง รวมทั้งย่อยสลายกลายเป็นธาตุอาหารให้กับพืชได้อีกด้วย เกษตรสามารถเลือกใช้วัสดุจากภาคการเกษตรอื่น ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ เช่น ชานอ้อย กากถั่วเหลือง ฯลฯ แต่ให้เน้นเป็นวัสดุที่รากมะนาวชอนไชได้ง่าย ระบายน้ำได้ดี และควรมีค่า pH เป็นกลางเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นมะนาว

การปลูกในรูปแบบนี้ รากมะนาวสามารถแพร่กระจายหาอาหารได้เรื่อย ๆ ตามขนาดของทรงพุ่ม ซึ่งดินรอบ ๆ หลุมปลูกเมื่อนานไปก็ยุ่ย ร่วนซุน มีอินทรียวัตถุและมีสภาพเหมาะที่รากจะเจริญเติบโตของมะนาว แต่ถ้าให้ดีทุก ๆ ปีควรพรวนดินบริเวณรอบหลุม เหมือนเป็นการขยายหลุมปลูกให้กว้างขึ้นแล้วนำวัสดุปลูกใหม่เติมเข้าไป ก็ยิ่งทำให้รากเจริญเติบโตและดูดซึมสารอาหารได้เป็นอย่างดี และการปลูกลงดินด้วยวิธีนี้ มะนาวจะมีอายุได้ถึง 12-15 ปี ได้เลยทีเดียว

บริการหลังการขาย เรื่องง่าย ๆ ทำแล้วได้ผลดี

นอกจากความรู้ที่ให้ไปพร้อมกับการจำหน่ายกิ่งพันธ์แล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ “บริการหลังการขาย” คุณวโรชาบอกว่า แม้อธิบายขั้นตอนและการจัดการต่าง ๆ ไปอย่างครบถ้วนแล้ว เกษตรกรที่เป็นมือใหม่จำได้ไม่หมด อีกทั้งการนำไปปลูกยังพื้นที่ต่าง ๆ ก็มีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป จึงบอกเกษตรกรเสมอว่าหากมีปัญหาอะไรให้เขามาหาได้ทุกเมื่อ หรืออาจโทรศัพท์มาก็ได้ ทางสวนก็ช่วยแก้ปัญหาให้ “ตรงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมา เพราะเกษตรกรต้องการความมั่นใจว่า เมื่อปลูกแล้วมะนาวเขาไม่ตายและสามารถให้ผลผลิตที่ดีได้ ทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อย เช่น มะนาวมีลักษณะใบหงิก หรือร่วงหล่น เกษตรกรก็โทรหาเราทันที ซึ่งเราก็พยายามพูดคุยหาสาเหตุและช่วยแก้ปัญหากันต่อไป ขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนการได้แชร์ประสบการณ์กันด้วย ก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจและช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรรายอื่น ๆ ที่มีลักษณะอาการแบบเดียวกันได้แม่นยำยิ่งขึ้น”

แต่บ่อยครั้งที่เกษตรกรโทรมาสอบถามและให้ช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่เกษตรกรที่ซื้อพันธุ์มะนาวจากสวนวโรชา แต่ทว่าทางสวนก็ยินดีให้คำแนะนำ ซึ่งเกษตรกรเหล่านี้ก็ประทับใจและเข้ามาซื้อกิ่งพันธุ์จากสวนเพิ่มขึ้น ตรงนี้ทำให้เห็นว่าทุกวันนี้มีสวนหรือผู้จำหน่ายกิ่งพันธุ์จำนวนมาก แต่ผู้ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรมีน้อยมาก เมื่อมีปัญหาแล้วไม่ได้รับการแก้ไขสุดท้ายเกษตรกรก็อยู่ไม่ได้และเลิกล้มไปในที่สุด ตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับวงการเกษตรของไทยมาก เพราะหลายคนมีศักยภาพที่ดี มีเงินทุน แต่ติดปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงเริ่มต้น ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ คุณวโรชาบอกว่า ได้พยายามบอกเกษตรกรอยู่เสมอว่า ก่อนที่ลงมือทำอะไรต้องศึกษาให้ดี การเลือกซื้อกิ่งพันธุ์ก็เช่นกัน ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เห็นแค่บนสื่อออนไลน์ที่นำเสนอว่า เป็นพันธุ์ดี ให้ผลผลิตดี แล้วมีรูปประกอบ ซึ่งบางครั้งก็ไม่รู้ว่าเป็นรูปของที่สวนจริงหรือไม่ หรือถ่ายมาตั้งแต่เมื่อไร แต่เมื่อเกษตรกรซื้อไปก็ไม่เป็นเช่นนั้น รวมทั้งเมื่อเกิดปัญหาผู้จำหน่ายก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย

“การเลือกหากิ่งพันธุ์พันธุ์ทางออนไลน์ ถือเป็นเรื่องดี ง่าย สะดวก และรู้ว่าที่ไหนมีกิ่งพันธุ์จำหน่าย แต่ถ้าตัดสินใจไปซื้อแนะนำให้ไปซื้อที่สวนดีที่สุด เพราะได้เห็นเลยผลผลิตที่นำเสนอนั้นเป็นจริงหรือไม่ รวมทั้งยังได้พูดคุยถึงวิธีการต่าง ๆ จากสวนมาเลยว่า ผลผลิตที่เห็นต้องทำอย่างไร รดน้ำตอนไหน ใช้ปุ๋ยอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเกษตรกร” คุณวโรชาทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับการดำเนินอาชีพด้านการเกษตร จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์พอสมควร อย่างการทำสวนมะนาวให้ประสบผลสำเร็จ จำเป็นต้องศึกษาถึงวิธีการปลูก พัฒนารูปแบบวิธีการจัดการดูแล พร้อมทั้งการแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างได้ผล รวมทั้งสายพันธุ์ที่ปลูกก็ต้องพัฒนาให้มีผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด แน่นอนว่าต้องใช้เวลานานหลายปี หรืออาจเป็น 10 เลยทีเดียว

สิ่งที่ตามมาถึงเกษตรเกษตรที่ทุ่มเทจนประสบความสำเร็จเหล่านี้ นอกจากผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาดและจำหน่ายได้ในราคาที่ดีแล้ว ความรู้ ความสามารถต่าง ๆ ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรรายอื่น ๆ ด้วย จึงหนีไม่พ้นที่สวนจะเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้ผู้สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม และสิ่งที่ตามมาคือมูลค่าเพิ่มจากการจำหน่ายปัจจัยการผลิต ไม่ว่าเป็นปุ๋ย ฮอร์โมน วัสดุปลูก ที่ล้วนเป็นที่ต้องการของเกษตรกรรายอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกิ่งพันธุ์ ถือเป็นอีกช่องทางที่สร้างรายได้ที่ดีไม่น้อย เผลอ ๆ ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากกว่าการจำหน่ายผลผลิตด้วยซ้ำ แต่ผลตอบแทนที่ดีจากการจำหน่ายกิ่งพันธุ์ ทำให้เกษตรกรหลายรายใช้เป็นทางลัดไปสู่ความสำเร็จ กล่าวคือ เกษตรกรเหล่านี้ศึกษาเพียงแค่เรื่องของตลาดเท่านั้น ดูว่าสินค้าเกษตรตัวไหนมีราคาดี ก็นำกิ่งพันธุ์ของต้นไม้ชนิดนั้นมาจำหน่าย โดยที่ตนเองปลูกไว้ทำพันธุ์เพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น สิ่งที่ตามมาคือปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นในอนาคต เช่น มีปัญหาโรคและแมลงระบาด หรือเมื่อเกิดภาวะสินค้าล้นตลาดหากมีคนปลูกจำนวนมาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่เคยได้รับการแก้ไขมาก่อน ทำให้เกษตรกรที่ไปปลูกต้องแก้ปัญหาด้วยตนเอง ที่สำคัญผลผลิตที่นำมาปลูกนั้นอาจไม่เป็นที่ต้องการของตลาดก็ได้ ซึ่งกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่ากับพืชหลากหลายชนิด

“อาชีพด้านการเกษตรยังอยู่ในความสนใจของคนส่วนใหญ่อย่างต่อเนื่อง และพืชพันธุ์ใหม่ ๆ ก็เป็นที่ต้องการอยู่เสมอ แต่สิ่งที่กำลังจะบอกให้ทุกคนได้รับรู้คือ ไม่ว่าจะปลูกพืชชนิดไหนก็แล้วแต่ อยากให้สละเวลาสักนิด ลงทุนไปดูถึงสวน ไปให้เห็นกับตาถึงต้นแบบว่าเป็นตามที่เราต้องการหรือไม่ เกษตรกรที่จำหน่ายกิ่งพันธุ์สามารถให้คำปรึกษาตลอดการปลูกไหม ถึงค่อยตัดสินใจที่ซื้อพันธุ์ไม้ชนิดนั้น ๆ มาปลูก ก็ช่วยให้ความเสี่ยงในการทำเกษตรลดลงได้มากเลยทีเดียว” คุณวโรชากล่าวในที่สุด

 

ที่มา   https://web.facebook.com/agriculturemag/posts/1787837151253870?__tn__=K-R

Leave a comment

Related Posts