เกษตรกรชัยภูมิ พัฒนาที่ดินด้วยปุ๋ยหมัก ทำการเกษตรผสมผสาน

บนพื้นที่ 15 ไร่ ของนายวิมาลย์ แผ่นเงิน ที่บ้านหนองตูม ต.ช่องสามหมอ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินชัยภูมิ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรอินทรีย์และเกษตรผสมผสาน จุดเด่นของที่นี่ คือ การทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นที่นาข้าว บ่อกักเก็บน้ำ บ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงหมู ปลูกพืชไม้ผล ปลูกพืชผักสวนครัว และยังแบ่งพื้นที่ไว้ปลูกป่าอีกด้วย

ซึ่งทั้งหมดไม่มีการใช้สารเคมีแต่อย่างใด เพราะเจ้าหน้าที่จากสถานีพัฒนาที่ดินชัยภูมิได้เข้ามาอบรมให้ความรู้ เกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด. สูตรต่างๆ เพื่อไว้ใช้เอง ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดี เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงจึงเข้ามาเยี่ยมเยียนศึกษาหาความรู้จากวิมาลย์ แผ่นเงิน อย่างต่อเนื่อง

วิมาลย์ แผ่นเงิน เล่าให้ฟังว่า หลังเกษียณอายุราชการ ปี 2555 มาซื้อที่แปลงนี้จำนวน 15 ไร่ จุดประสงค์เพื่อไว้สำหรับพักผ่อนหลังเกษียณ หลังจากได้ศึกษาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน คือ 30 30 30 10 โดยแปลงแรก ปลูกไม้ผลแบบผสมผสาน เช่นมะม่วง ขนุน น้อยหน่า ลิ้นจี่ ส้มโอ แปลงที่ 2 ทำนา ส่วนที่ 3 ขุดบ่อในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ไว้กักเก็บน้ำ เลี้ยงปลา แปลงที่ 4 ปลูกไม้ทั่วไป คือเป็นสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ปลูกไม้ยืนต้น

“สถานีพัฒนาที่ดินชัยภูมิ ได้เข้ามาให้ความรู้แก่เกษตรกรหลายด้าน โดยเฉพาะที่ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ ได้นำปัจจัยการผลิตมาให้ อบรมการทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ หลายอย่างที่ท่านแนะนำ เมื่อทำเสร็จแล้วก็เอามาทดลองดูผลปรากฏว่าก็ได้ผล ปุ๋ยคอกผมเอาไปทำปุ๋ยหมัก คือผมเลี้ยงหมู เอาขี้หมูไปผสมกับสารเร่งซุปเปอร์พด.1 หมักไว้ เพื่อให้สารที่เป็นสารเคมีในหัวอาหารหมูสลายไป โดยสารเร่งซุปเปอร์พด.1 จะช่วยได้”

การทำการเกษตรของ วิมาลย์ แผ่นเงิน โดยการสนับสนุนของสถานีพัฒนาที่ดินชัยภูมิ จึงสะท้อนให้เห็นว่า การทำเกษตรแบบผสมผสานโดยไม่ใช้สารเคมี ทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ธรรมชาติเกิดความสมดุล อันเป็นผลทำให้ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์ พืชผักในไร่นามีผลผลิตที่ได้มาตรฐาน สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี ก่อเกิดเป็นการเกษตรที่ยั่งยืนได้อย่างลงตัว

บัญญัติ จันทะกา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถานีพัฒนาที่ดินชัยภูมิ เล่าว่า อยากให้พี่น้องเกษตรกรหันมาสนใจเรื่องสุขภาพ การทำเกษตรอินทรีย์ต้องมองที่สุขภาพตัวเองก่อน และก็มีใจรัก ถ้าเราไม่รักสุขภาพและไม่มีใจรัก คนนั้นจะประสบผลสำเร็จค่อนข้างยาก ถ้าตั้งต้นนับหนึ่งตั้งแต่วันนี้หรือวันพรุ่งนี้ ความสำเร็จคงไม่ไกล เพราะว่าการปลูกพืชที่หลากหลายด้วยการเกษตรแบบผสมผสานโดยไม่ใช้สารเคมี จะช่วยให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น และถ้ามีการปรับปรุงบำรุงดินอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งส่งผลให้ดินดีขึ้นยิ่งไปอีก

“การปลูกพืชเชิงเดี่ยวมันจะมีปัญหาในเรื่องของราคาผลผลิต สมมุติว่าเราปลูกพืช เช่นอ้อย ที่นี่ปลูกอ้อยกันเยอะ ถ้าอ้อยปีนี้ราคาไม่ดี เราก็จะมีรายได้น้อย อย่างอื่นเราก็ไม่ได้ปลูก แต่ถ้าปลูกพืชแบบผสมผสาน ถ้าข้าวราคาดีเราก็จะมีรายได้จากข้าว แล้วก็ยังมีไม้ผล พืชผัก มันจะช่วยให้มีรายได้ตลอดทั้งปี มีผลผลิตหมุนเวียนออกสู่ตลาดเรื่อย ๆ”

ศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรอินทรีย์และการเกษตรผสมผสานของ วิมาลย์ แผ่นเงิน จึงถือเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของสถานีพัฒนาที่ดินชัยภูมิ ที่สามารถสร้างต้นแบบเกษตรกร ผู้ทำการเกษตรที่เกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำให้คงความอุดมสมบูรณ์ และยังสามารถต่อยอดองค์ความรู้ถ่ายทอดสู่เกษตรกรคนอื่น ๆ ส่งต่อแรงบันดาลใจ ให้เกษตรกรหันมาใส่ใจการปรับปรุงบำรุงดินเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

ที่มา : https://siamrath.co.th/n/45514

Leave a comment

Related Posts