สินค้าเกษตรไทยมีอะไรที่ส่งออกต่างประเทศบ้าง?

ขึ้นชื่อว่าแนวหน้าแห่งวงการสินค้าเกษตรกรรม คงอดนึกไม่ได้ถึงประเทศไทย เพราะเมืองสยามของเรานั้นมีชื่อเสียงโด่งดังถึงความเป็นแผ่นดินสีเขียว หรืออู่ข้าวอู่น้ำมาอย่างช้านาน อาจเป็นเพราะว่าแผ่นดินของเรานั้นอยู่บริเวณพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน ทำให้ดินมีความชื้นอุดมไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุต่าง ๆ มากมายจึงส่งผลให้การเพาะปลูกอะไรก็จะสมบูรณ์ในทุก ๆ อย่าง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เมืองไทยมีผลผลิตในด้านการเกษตรกรรมที่ขึ้นชื่อและส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ เป็นที่รู้จักกันอย่างทั่วโลก ในบทความนี้เราจะมากล่าวถึง 6 สินค้าส่งออกจากไทย ที่เป็นที่นิยมและชาวต่างชาติต้องการ

ข้าว เป็นสินค้าการเกษตรที่มีการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนสูงเป็นอันดับ 5 ของไทยเลยก็ว่าได้ เพราะข้าวนั้นเป็นสิ่งที่มีความต้องการจากอารยประเทศมากมาย เป็นของสำคัญสำหรับมื้ออาหารของพวกเราทุกคน และเหตุผลที่ข้าวได้รับการส่งออกมากขนาดนี้ก็เพราะว่าบางประเทศไม่ค่อยมีพื้นที่ทำการเกษตร หรืออีกหนึ่งตัวอย่างเช่นประเทศจีน ที่มีประชากรมากทำให้ข้าวไม่เพียงพอต่อคนอันมหาศาล

ประเภทข้าวเพื่อการส่งออก

ข้าวไทยที่ส่งออกไปยังตลาดโลกมีความหลากหลายอันเนื่องมาจากการมุ่งเน้นพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อในตลาดโลกที่มีรสนิยมความชอบและพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาคทั้งนี้ อาจสามารถแบ่งผลิตภัณฑ์ข้าวไทยออกได้เป็นประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้

ข้าวขาว สำหรับตลาด “ข้าวขาว”นับเป็นตลาดหลักตลาดใหญ่ที่มีการแข่งขันสูงและมีความผันผวน เพราะมีประเทศผู้ส่งออกข้าวมากรายและยังเกี่ยวพันกับผู้บริโภคหลายประเทศโดยมีการแบ่งประเภทข้าวขาวเพื่อการส่งออกเป็นหลายประเภท อาทิ ข้าวขาว 100 เปอร์เซ็นต์ ข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ ข้าวขาว 10 เปอร์เซ็นต์ ข้าวขาว 15 เปอร์เซ็นต์ และข้าวขาว 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ทั้งนี้ปัจจุบัน ประเทศไทยมีปริมาณการส่งออกข้าวขาวมากกว่าร้อยละ 50 ของการส่งออกข้าวทั้งหมด โดยคิดเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับข้าวชนิดอื่น ๆ

ข้าวหอม เป็นข้าวที่รู้จักแพร่หลายและได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งในกลุ่มชาวนาผู้เพาะปลูกตลอดจนกลุ่มผู้ประกอบการ และผู้บริโภค อันเนื่องจากคุณสมบัติของข้าวหอมที่มีคุณภาพและมีรสชาติดี เนื้อนุ่ม โดยเฉพาะกลิ่นหอมตามธรรมชาติอันเป็นคุณสมบัติพิเศษ ทำให้ปัจจุบันประชากรในประเทศที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักรู้จักและนิยมบริโภคข้าวหอมเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ตลาดข้าวหอมมีการขยายตัวต่อเนื่อง สำหรับข้าวหอมของไทยมีปลูกกระจัดกระจายทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีทั้งข้าวพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ข้าวที่เกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์ซึ่งมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันออกไปมากมาย ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นดังกล่าวทำให้ไทยมีจุดแข็งในตลาดส่งออกข้าวหอมซึ่งมีราคาพรีเมี่ยมเหนือประเทศผู้ส่งออกรายอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีพันธุ์ข้าวหอมสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไปทั่วโลกมาช้านาน นั่นคือ “ข้าวหอมมะลิไทย”

ข้าวหอมมะลิไทย 1 ใน 4 ของข้าวไทยที่ส่งออกไปขายยังต่างประเทศ คือ “ข้าวหอมมะลิไทย” ที่ทำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี โดยมีตลาดส่งออกหลักอย่างสหรัฐอเมริกา และยังเป็นที่นิยมในกลุ่มประเทศผู้มีรายได้สูง อาทิ ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย และแคนาดาในแต่ละปีปริมาณความต้องการข้าวหอมมะลิไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากคุณภาพของข้าวหอมมะลิไทยที่ยากจะหาข้าวชนิดใดมาเทียบเคียงได้ เนื่องจากเป็นข้าวหนึ่งเดียวของโลกที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ตามธรรมชาติที่มาพร้อมกับรสชาติอร่อยนุ่มละมุนลิ้น ปัจจุบันข้าวหอมมะลิไทยยังคงครองความนิยมและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคในฐานะข้าวที่ดีที่สุดของโลก

ข้าวเหนียว เป็นที่นิยมและอยู่คู่กับวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านของไทยมาช้านาน ทำให้ผลผลิตข้าวเหนียวของไทยส่วนใหญ่จึงถูกใช้ในการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังเป็นแหล่งส่งออกข้าวเหนียวอันดับหนึ่งในตลาดโลกทั้งในเชิงมูลค่าและปริมาณโดยกว่าร้อยละ 50 ของผู้บริโภคข้าวเหนียวยังคงนิยมบริโภคข้าวจากประเทศไทย เนื่องจากคุณลักษณะที่โดดเด่นของข้าวเหนียวไทยที่มีลักษณะเม็ดเรียวยาวและกลิ่นหอมกว่าข้าวจากแหล่งอื่น ๆ โดยคู่ค้าของไทยกระจายไปในหลาย ๆ ประเทศ อาทิ ในกลุ่มอาเซียน จีน ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา

ข้าวนึ่ง ไทยนับเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออก “ข้าวนึ่ง” รายสำคัญของโลก ในปัจจุบันข้าวนึ่งที่ไทยผลิตได้นั้นพึ่งพิงการส่งออกทั้งหมด โดยตลาดส่งออกสำคัญ คือประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง รวมทั้งตลาดข้าวนึ่งคุณภาพสูงในสหรัฐฯและยุโรป ความต้องการบริโภคข้าวนึ่งในตลาดข้าวยังขยายตัวต่อเนื่อง เนื่องจากจำนวนประชากรในประเทศที่นิยมบริโภคข้าวนึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงผลจากกระแสอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โดยมีการค้นพบว่าข้าวนึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าข้าวขาวพันธุ์เดียวกันในกระบวนการผลิตแบบปกติ (ข้าวนึ่งคือข้าวเปลือกที่ผ่านกระบวนการแช่น้ำเพิ่มความชื้น นำไปนึ่งให้สุก แล้วจึงลดความชื้นก่อนนำไปขัดสีเอาเปลือกและรำออก)

ข้าวกล้อง คือข้าวที่กะเทาะเปลือกออกแต่ไม่ได้ผ่านกระบวนการขัดสี ทำให้ยังคงคุณค่าทางโภชนาการไว้อย่างครบถ้วน ตลาดข้าวกล้องเพื่อการส่งออกของไทยนับว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มีแนวโน้มการขยายตัวอย่างรวดเร็วควบคู่กับการเติบโตและกระแสนิยมเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพและเกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องของไทยมีให้เลือกหลากหลายตามชนิดสายพันธุ์ข้าวสีและข้าวที่มีคุณลักษณะพิเศษซึ่งตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคในตลาดเฉพาะ โดยมีการผลิตทั้งในระดับผู้ประกอบการรายใหญ่ และชุมชนเกษตรกรรายย่อย

ทุเรียน มาถึงผลไม้ขึ้นชื่อที่มีรสชาติดี พร้อมกับกลิ่นหอมที่โด่งดังก้องโลกกันเลยทีเดียว ถือเป็นผลไม้ที่เป็นที่นิยมของชาวจีน รวมทั้งประเทศแถบเอเชียเป็นอย่างยิ่ง ดูจากผลการจัดอันดับสินค้าการเกษตรนั้นกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไปถึงทางยุโรป เนื่องจากประเทศในทวีปเหล่านั้นเพิ่งเคยลองทานทุเรียนได้ไม่นาน ทำให้พวกเขาติดใจขึ้นมา กลายเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่ชาวต่างชาติชอบ

ทุเรียนมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นผลไม้ที่มีกลิ่นจำเพาะและเนื้อในของทุเรียนจะมีองค์ประกอบของสารอาหารได้แก่คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และมีธาตุอาหารหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และแคลเซียม เป็นต้น นอกจากนี้ทุเรียนยังเป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูง ทั้งนี้มีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในประเทศไทย อินโดนิเซีย และฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม พันธุ์ทุเรียนที่มีอยู่ในแต่ละประเทศจะมีแตกต่างกันไปรวมแล้วมีอยู่หลายร้อยพันธุ์ สำหรับในประเทศไทยพันธุ์ทุเรียนที่เป็นที่นิยม ได้แก่ หมอนทอง ชะนี ก้านยาว เป็นต้น

การที่ทุเรียนไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศเป็นเพราะทุเรียนไทยมีคุณภาพและความอร่อยของแต่ละพันธุ์เป็นเอกลักษณ์และมีความจำเพาะเหนือกว่าทุเรียนที่ผลิตในในอินโดนีเซีย หรือในประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งนี้เพราะพันธุ์ทุเรียนที่เพาะปลูกในประเทศไทยมีการพัฒนาการมาอย่างยาวนานโดย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเก็บภาษีที่สวนในอดีตทั้งในสมัยกรุงศรีอยุทธยาและในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเป็นการเก็บภาษีต่อต้นของผลไม้ ทำให้เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้มีการเก็บและคัดเลือกพันธุ์ที่ดีในการเพาะปลูก เนื่องจากพันธุ์ที่มีคุณภาพดีย่อมจะขายได้ในระดับราคาที่เหนือกว่าพันธุ์ที่ด้อยคุณภาพ

มันสำปะหลัง อีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นพืชสำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทย สร้างรายได้มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากมีสารอาหารสูงและเป็นที่นิยมของประเทศเขตร้อน อย่างเช่น แอฟริกา อินเดียเป็นอย่างมาก ทำให้พวกเราต้องพึ่งพาในผลผลิตซึ่งกันและกัน เพื่อเติมเต็มความต้องการทางด้านอาหารให้กับประชาชนในประเทศดังกล่าว แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศที่ผลิตมันสำปะหลังมากที่สุดในโลก แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังรายใหญ่ที่สุดของโลก ครองอันดับ 1 มาโดยตลอด โดยมีประเทศ เวียดนาม ไนจีเรีย กัมพูชา อินโดนีเซีย และ บราซิล เป็นประเทศผู้ส่งออกรองลงมา ส่วนแบ่งการตลาดของปริมาณผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังส่งออกไปยังตลาดโลก ประมาณร้อยละ 70-80  ของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังรวมทั้งหมดของโลก เป็นการส่งออกจากประเทศไทย ทั้งนี้เนื่องจากมันสำปะหลังที่ผลิตได้ทั้งในประเทศไนจีเรีย บราซิล และอินโดนีเซีย จะใช้มันสำปะหลังเป็นอาหารหลักบริโภคภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ประมาณร้อยละ 90 ของผลผลิตทั้งหมด ส่วนประเทศไทย มันสำปะหลังไม่ใช่อาหารหลัก จึงใช้บริโภคในประเทศน้อย เพียงร้อยละ 25-30 ของปริมาณผลผลิตที่ผลิตได้เท่านั้น ผลผลิตส่วนใหญ่ร้อยละ70-75 จะส่งออกในรูปผลิตภัณฑ์แปรรูปขั้นพื้นฐาน ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง รวมทั้งมันสำปะหลังเส้นและมันสำปะหลังอัดเม็ด

ข้าวโพด นอกจากเป็นสารอาหารทางการเกษตรที่คนไทยเรานิยมชมชอบกันอย่างมหาศาลแล้ว ข้าวโพดยังมีคุณประโยชน์มากมายกว่านั้น เพราะผลผลิตทางการเกษตรที่มีชาวต่างชาติต้องการอย่างล้นหลาม เช่น อินโดนีเซียเกาหลี ไต้หวัน และศรีลังกา โดยพวกเขาเหล่านั้นได้นำข้าวโพดเหล่านี้ไปทำอาหารและเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก ทำให้การเพาะปลูกข้าวโพดของไทยแต่ละปีมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศไทย เป็นประเทศที่ติดอันดับพื้นที่เพาะปลูก 1 ใน 10 ของอเมริกา แต่เนื่องจากผู้บริโภคภายในประเทศไม่นิยมรับประทานข้าวโพดหวานกระป๋อง การผลิตข้าวโพดหวานกระป๋องจึงเป็นไปเพื่อการส่งออกเพียงอย่างเดียว  จึงทำให้สินค้าข้าวโพดหวานกระป๋องไทยสามารถขึ้นเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตและการแข่งขันในตลาดสินค้าข้าวโพดหวานและขึ้นเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก

ยางพารา ถือเป็นสินค้าที่เจาะตลาดต่างประเทศได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากสามารถนำไปแปรรูปต่อยอดเป็นผลผลิตต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย โดยหลักหลักจะแบ่งการส่งออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มยางกึ่งสำเร็จรูป เช่น การทำยางเป็นแท่งๆและส่งออก ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือยางสำเร็จรูป เช่น ยางรถยนต์ ท่อยาง หรือถุงยางอนามัย เป็นต้น ทำให้ทุกวันนี้บ้านเรามีอุตสาหกรรมผลิตยางที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิต และส่งออกยางธรรมชาติ รายใหญ่ที่สุดของโลกมาตั้งแต่ ปี 2534 มีสัดส่วนการผลิตประมาณร้อยละ 30 ของผลผลิตรวมของโลก และมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ 40 ของปริมาณการส่งออกยางธรรมชาติในตลาดโลก ผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ไทยส่งออกแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ผลิตภัณฑ์ยางกึ่งสำเร็จรูปหรือผลิตภัณฑ์ยางแปรรูปขั้นต้น เป็นผลผลิตจากการแปรรูปขั้นต้นจากน้ำยางที่กรีดได้ให้อยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางต่อไป ผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป เป็นผลผลิตที่ได้จากการแปรรูปยางขั้นต้น เป็นสินค้าสำเร็จรูปประเภทต่าง ๆ เช่น ยางยานพาหนะ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย สายพาน ท่อยาง ฯลฯ

มังคุด อีก 1 ผลไม้ที่มีความต้องการของประเทศต่างชาติเป็นอย่างยิ่งเพราะมังคุด นิยมปลูกกันในประเทศเขตร้อนทำให้ประเทศแถบยุโรปอย่างเช่น ประเทศออสเตรเลีย ชอบกินมังคุดเป็นชีวิตจิตใจ แต่เสียดายที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ในประเทศของตน จึงสั่งการส่งออกมังคุดจากประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกมังคุดปีละหลายร้อยล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นผลไม้ที่จีนยังไม่สามารถเพาะปลูกได้ในเชิงการค้า อย่างไรก็ตาม มีการริเริ่มปลูกในมณฑลไห่หนานของจีนแต่ได้ผลผลิตไม่มากนัก ทั้งนี้ จีนอนุญาตนำเข้ามังคุดได้จากไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเมียนมาร์ โดยในปี 2557 จีนนำเข้ามังคุดจากไทยมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 93.24 ของปริมาณการนำเข้าจากประเทศต่าง ๆ และเป็นปีแรกที่มีการนำเข้ามังคุดผ่านเส้นทาง R3A อย่างไรก็ตาม ไทยมีแนวโน้มในการส่งมังคุดไปเวียดนามเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 และปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกมังคุดไปเวียดนามมากเป็นอันดับหนึ่ง คาดว่าน่าจะมีมังคุดไทยที่ได้รับการแปลงเป็นมังคุดเวียดนามแล้วส่งต่อเข้าไปยังจีน ทำให้อัตราการส่งออกผลไม้ของไทยไปเวียดนามเพิ่มมากขึ้น และเป็นผลให้ส่งออกไปจีนลดลง

ลำไย เป็นผลไม้ที่จีนสามารถเพาะปลูกได้มากทางตอนใต้ในมณฑลกวางตุ้ง กว่างซีจ้วงและฝูเจี้ยน แต่ไม่เพียงพอต่อการบริโภคในตลาดจีน ประกอบกับแหล่งเพาะปลูกลำไยซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลตะวันออกของจีนได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนบ่อยครั้ง ทำให้ผลผลิตเสียหาย ดังนั้น ช่วงเวลาที่จีนนำเข้าลำไยมากเป็นพิเศษจึงเป็นช่วงที่จีนไม่มีผลผลิต คือ เดือนมกราคม-เมษายน ทั้งนี้ พบว่าในปี 2557 จีนมีการนำเข้าลำไยจากไทยปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นการลดลงร้อยละ 35.08 โดยเส้นทางการขนส่งลำไยส่วนใหญ่จะส่งจากไทยไปฮ่องกงทางเรือ แล้วจึงขนส่งทางรถยนต์เข้าทางจีนผ่านเมืองเซินเจิ้น ในขณะที่ไทยส่งออกลำไยไปเวียดนามเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 69.24 ซึ่งการส่งออกไปเวียดนามเพิ่มมากขึ้น น่าจะเป็นผลจากการที่เวียดนามส่งออกลำไยไปจีนได้มากขึ้น ประกอบกับที่เป็นไปได้ว่าน่าจะมีลำไยไทยจำนวนไม่น้อยที่แปลงเป็นลำไยเวียดนามแล้วจึงส่งต่อไปจีน

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับสินค้าการเกษตรส่งออกของไทยที่มีชาวต่างชาตินิยมชมชอบและสามารถเจาะตลาดได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีสินค้าเกษตรอีกหลายตัวที่กำลังเจาะตลาดเพื่อส่งออก อาทิเช่น กล้วยหอม แต่ไม่ได้ส่งออกในจำนวนที่มากมาย และอยู่ในช่วงทดลองส่งออกและพยายามที่จะตีตลาดต่างประเทศอยู่ในขณะนี้ และยังมีสินค้าเกษตรอื่น ๆ อีกที่ส่งออก แต่ไม่ได้เป็นสิ่งหลัก ทั้งนี้เพราะเมืองไทยเราเป็นเมืองเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อด้านเกษตรกรรม โดยทุก ๆ ปีตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน ไทยพยายามรักษารายได้จากการส่งออกสินค้าเหล่านี้ เพื่อให้มีรายได้เข้าประเทศ เป็นเศรษฐกิจที่สมบูรณ์แบบและพัฒนาการตลาดสู่ระดับนานาชาติ

 

ที่มา  http://www.thairiceforlife.com/export/ricetype  ,  http://www.eastasiawatch.in.th/th/articles/politics-and-economy/302/  ,  https://www.freightexpress.co.th/บทความ/สินค้าเกษตรส่งออกของไท-2/

Leave a comment

Related Posts