วิธีปลูก ‘พริกซุปเปอร์ฮอท’ ให้ได้ผลผลิตสูง

‘พริก’ เป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะในดินร่วนปนทรายซึ่งมีการระบายน้ำได้ดี มีอินทรียวัตถุสูง ความเป็นกรด-ด่าง ที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 5.6-6.5 ชอบอากาศร้อนมากกว่าอากาศเย็น ในสภาพที่อุณหภูมิกลางคืนสูงกว่า ปกติพริกจะออกดอกได้กว่าสภาพที่อุณหภูมิค่อนข้างต่ำในปัจจุบันพริกเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น

ในวันนี้จะพูดถึง พริกอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีความน่าสนใจคือ ‘พริกซุปเปอร์ฮอท’ เนื่องจากมีความต้านทานต่อโรคสูง ประกอบกับขั้วผลใหญ่ และเนื้อหนา ทนทานต่อการขนส่ง มีอัตราการสูญเสียน้อยกว่าพริกพันธุ์อื่นๆ มีการต่อยอดที่ดีกว่า ในเรื่องของสีที่แดงสวยและผลผลิตต่อไร่สูง อีกทั้งเป็นพริกที่นิยมนำมาแปรรูปได้ดี อาทิ ซอสพริก พริกป่น รวมถึงราคาดีกว่าสายพันธุ์อื่นๆ จึงทำให้เกษตรกรจึงหันมาทำไร่พริกซุปเปอร์ฮอทตามความต้องการของตลาดมากขึ้น

ลักษณะประจำพันธุ์

พริกขี้หนูพันธุ์ซุปเปอร์ฮอทมีลักษณะพันธุ์ต้นสูงใหญ่แตกแขนงดีข้อถี่แลต่อยอดดีมาก ขนาดผลยาว 5-7 ซม.ติดผลดกทนทานโรค ผลดิบสีเขียว-เขียวเข้ม ผลสุกสีแดง-แดงเข้ม อายุการเก็บเกี่ยว 60-65 วันหลังย้ายกล้า ผลผลิตสดเก็บไว้ได้นานโดยขั้วผลไม่เน่า สามารถส่งไปขายที่ตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ

ลักษณะเด่นของพริกพันธุ์นี้ มีดังนี้

  1. ลำต้นใหญ่ แตกแขนงดี ความต้านทานโรคสูง ต้นสูง 80-130 เซนติเมตร
  2. ผลสุกสีแดง ผลยาว 5-7 เซนติเมตร ขั วผลใหญ่ เนื อหนา ทนต่อการขนส่ง และมีอัตราการสูญเสีย น้ำหนักน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น
  3. ผลผลิตดกและผลผลิตต่อไร่สูง ผลผลิตโดยเฉลี่ย 5-6 ตันต่อไร่ ในช่วงของการเก็บ เกี่ยวผลผลิตนาน 5-6 เดือน
  4. สามารถท้าพริกตากแห้งได้ดี โดยน น้ำาหนักผลสด 3 กิโลกรัม ตากแห้งได้ 1-1.5 กิโลกรัม
  5. สามารถแปรรูปได้ดี เช่น ท้าซอสพริก พริกป่น เป็นต้น
  6. ผลสดมีราคาสูงกว่าสายพันธุ์ทั่วไป เฉลี่ยกิโลกรัมละ 4-6 บาท

วิธีการปลูกและดูแลรักษา

ปลูกพริก “ซุปเปอร์ฮอท” ซึ่งเป็นพริกขี้หนูเม็ดใหญ่ เม็ดเล็กผลยาว 5-7 เซนติเมตร มีลักษณะต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ทรงพุ่มกว้างปานกลาง ต้นสูง 70-80 เซนติเมตร ติดผลดกมาก ผลชูเหนือทรงพุ่ม ผลดิบสีเขียว-เขียวเข้ม ผลสุกมีสีแดงสด ผลสดเก็บได้นานโดยขั้วผลไม่เน่า อายุเก็บเกี่ยว 60-65 วัน หลังการย้ายกล้า กับ “ฮอท ชิลลี่” ซึ่งจัดเป็นพริกหนุ่มเขียวลูกผสม เป็นพริกเม็ดใหญ่ ลักษณะผลจะยาว ประมาณ 12-14 เซนติเมตร ผลดิบจะมีสีเขียวสด ผลสุกจะมีสีแดงสวย ผิวผลเรียบเป็นมันเงา เนื้อผลหนา เนื้อแน่น แข็ง ทนทานต่อการขนส่งไกล ต้นพริกแตกแขนงดี ออกดอกต่อเนื่อง ติดผลดก ผลผลิตต่อไร่สูง อายุเก็บเกี่ยว 60-70 วัน หลังการย้ายกล้า เหมาะต่อการส่งโรงงาน

1. วัสดุการเพาะเมล็ด

  1. ทรายหยาบ
  2. ขี้เถ้าแกลบ

 

 2. การเพาะกล้าในถาด

เตรียมขี้เถ้าแกลบและทรายหยาบ ผสมทั้งสองส่วนให้เข้ากันแล้วน้ามาบรรจุใส่ในถาดเพาะประมาณ ¾ ของถาด ท้าร่องประมาณ 6 แถวต่อถาด น้าเมล็ดโรยลงในแถวที่เตรียมไว้ แล้วจึงกลบแถว หลังจากนั นให้รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ประมาณ 8-10 วัน เมล็ดจะงอก เมื่อต้นกล้าอายุได้ 5-7 วัน จึงท้าการย้ายกล้ามาช้าในถุงต่อหรือเมื่อต้นกล้ามีอายุ 30-40 วัน นำมาปลูกลงแปลงปลูกได้

 

3. การเตรียมดินปลูกและการปลูก

  1. ไถตากดินประมาณ 7 วัน แล้วท้าการหว่านปูนขาวประมาณ 200-400 กิโลกรัมต่อไร่
  2. ใส่ปุ๋ยคอกประมาณ 2-4 ตันต่อไร่ แล้วท้าการไถพรวนอีก 1-2 ครั ง
  3. ยกแปลงให้สูงขึ น 10 เซนติเมตร

 

4. การปลูก

  1. ปลูกด้วยต้นกล้าที่มีอายุ 30-40 วัน (สูง 10-15 เซนติเมตร)
  2. การปลูกแบบแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระหว่างแถว 100 เซนติเมตร
  3. การปลูกแบบแถวคู่ ระยะระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระหว่างแถว 80 เซนติเมตร ระหว่างแถวคู่ 120 เซนติเมตร
  4. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม
  5. หลังจากการปลูกควรท้าร่องระบายน้ำทุก 15 แถว

 

5. การให้น้ำ

  1. หลังจากการปลูกควรให้น้ำทุกวัน เพื่อให้รากต้นกล้าของพริกเกาะกับดินได้ดีขึ้น
  2. ควรคลุมดินด้วยฟาง หลังจาการปลูกเพื่อรักษาความชื้นและลดการระเหยของน้ำ

 

6. การใส่ปุ๋ย

  1. ครั้งแรกควรใส่หลังการปลูก 15 วัน
  2. ครั้งที่ 2 เมื่อพบพริกเริ่มออกหรือหลังการย้ายไปปลูก 30 วัน ใส่ 2 ข้างแถว แล้วพรวนดินกลบและปุ๋ยเคมีที่ใช้คือ 15-15-15 โดยอัตราที่ใช้ 40-50 กิโลกรัมต่อไร่

 

โรคและแมลง

  1. โรคกุ้งแห้งหรือโรคแอนแทรกโนส เกิดจากเชื้อรา ส่วนใหญ่เกิดกับผลทีเริ่มสุก โดยจะแสดงอาการจุดฉ่ำน้ำ ขนาดเล็กแผลบุ๋มลงไปในผลพริกและจะขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ เกิดเป็นวงด้าซ้อนกันเป็นชั้นบาง ๆ บางครั้งจะมีเมือกเยิ้มสีส้มอ่อน โรคนี้สามารถติดไปกับเมล็ดได้  การป้องกันกำจัด ก่อนปลูกให้ปรับดินด้วยปูนขาวอัตราส่วน 200-400 กิโลกรัมต่อไร่ และใส่ปุ๋ยคอกอัตราส่วน 2-4 ตันต่อไร่ หรือใช้น้ำส้มควันไม้, เชือราไตโคเดอร์ม่า , เชื้อบีเอส ฉีดพ่นเป็นประจ้า
  2. โรคเหี่ยว เกิดจากเชื้อรา พืชจะแสดงอาการใบเหลืองจากใบล่างขึ้นสู่ใบบนและตายในที่สุด ช่วงเวลาระบาดคือช่วงที่อากาศมีอุณหภูมิสูงและดินมีความชื้นสูง การเกิดโรคนี้มักเกิดเป็นหย่อม การป้องกันกำจัด เช่นเดียวกับโรคกุ้งแห้
  3. แมลงและเพลี้ยต่าง ๆ การเข้าท้าลายจะเริ่มที่ยอดและใบอ่อน ท้าให้ใบม้วนการเจริญเติบโตหยุดชะงัก ช่วงเวลาการระบาด ในสภาพอุณหภูมิสูง ความชื้นต่ำและแสงแดดจัดกระแสลมเป็นปัจจัยที่ช่วยการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว การป้องกันกำจัด ฉีดพ้นด้วยคาบาริล หรือเชื่อราบิวเวอร์เรีย หรือสารสกัดจากสะเดา โดยฉีดพ้นทุกๆ 7 วันเพื่อเป็นการป้องกันและกำจัด
  4. หนอนเจาะสมอฝ้าย ตัวหนอนจะเข้าท้าลายผลอ่อนระยะเริ่มติดผล  การป้องกันกำจัด ฉีดพ่นด้วยสาร NPV เมื่อพบการระบาด

เทคนิคการเก็บเกี่ยวผลผลิต

พริกสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เมื่อพริกมีอายุ 75-90 วัน หลังจากการย้ายปลูก ก่อนการเก็บเกี่ยว 7 วัน ควรงดให้น้ำ เพื่อลดการเน่าเสียหลังการเก็บเกี่ยวและท้าให้สีของผลมีสีแดงสด

 

การทำพริกแห้ง

การน้าพริกที่คัดเลือกแล้ว น้ามาตากแดดโดยตรง แผ่พริกบางๆ บนเสื่อหรือพื้นซีเมนต์ที่สะอาด โดยตากแดดทิ้งไว้ 5-7 แดด

 

การอบด้วยไอร้อน

การน้าพริกเข้าอบไอร้อนในเตาอบ โดยวางพริกบนตะแกรงเรียงซ้อนๆกัน เป็นชั นๆ วิธีนี เหมาะส้าหรับเกษตรกรที่ปลูกพริกเป็นจ้านวนมาก และในการท้าพริกในช่วงฤดูฝน

 

การลวกน้ำร้อน

การน้าพริกไปลวกน้ำร้อนก่อน โดยลวกนาน 15 นาที แล้วนำไปตากแดดประมาณ 5 แดด วิธีนี้จะทำให้สีของพริกแห้งสวย และไม่ขาวด่าง

 

การอบพริกด้วยโรงอบพลังแสงอาทิตย์

เป็นวิธีที่ท้าให้ได้พริกที่มีคุณภาพดี สีสวย ก้านพริกแห้ง สีทองไม่ดำ  สะอาด ไม่มีฝุ่นจับ อบได้ครั้งละ 400 กิโลกรัมใช้เวลาอบ ประมาณ 3 วัน ในกรณีที่เก็บพริกแก่จัด แต่ไม่แดงตลอดทั้งผลให้น้าพริกใส่รวมกันในเข่งหรือกระสอบปุ๋ยบ่มไว้ในที่ร่ม ประมาณ 2 คืน เพื่อทำให้พริกสุกสม่ำเสมอกัน หลังจากนั้นทำให้แห้งได้ตามกรรมวิธีในข้อ 1-4

 

ที่มา : https://bit.ly/2KAbC9Y , https://bit.ly/2IZ66PR , https://taibann.com/2018/09/16/15498/ ,  https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_23351

Leave a comment

Related Posts