พลิกแนวคิด “ทุเรียนลับเเลไร้หนาม” เพิ่มมูลค่า

หากพูดถึงผลไม้ที่มีกลิ่นแรงแล้ว หลายคนคงต้องนึกถึง “ทุเรียน” กันแน่ ๆ และรู้หรือไม่ถึงกลิ่นมันจะแรงมาก ๆ แต่บางคนก็บอกว่าหอม และรสชาติของมันถือว่าถูกอกถูกใจใครหลาย ๆ คน จึงทำให้ทุเรียนถูกยกย่องให้เป็น “ราชาแห่งผลไม้” เลยทีเดียว ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ทุเรียนเป็นราชาของผลไม้ ก็คือรูปลักษณ์ของมันที่มีลูกใหญ่ เปลือกแข็ง และมีหนามแหลมที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับมงกุฎของพระราชา ถึงทุเรียนจะถือว่าเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย แต่ด้วยเปลือกที่แข็งและหนามที่แหลมคม ทำให้ยังมีหลายคนที่ประสบปัญหาในการปอกและนำเนื้อออกมารับประทาน

ทุเรียนไร้หนาม เป็นที่ฮือฮามากในขณะนี้ มีหลายกระแสยินดีด้วยที่ได้มีทุเรียนไร้หนามมาให้กิน แต่หลายกระแสก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นา ๆ ไม่ว่าจะเป็น “พอทุเรียนไม่มีหนาม ก็เหมือนน้อยหน่า / ไร้หนามได้ แต่อย่าไร้กลิ่นนะ เดี๋ยวจะเสียอารมณ์ / ทุเรียนไร้หนามเรียกว่านวัฒกรรมจริงหรือครับ บ้านผมทุเรียนไร้เปลือก แกะออกจากแพ็ค เรื่องหนามเป็นปัญหาของคนขายครับ ไม่ใช่ปัญหาของผม / ตัดหนามออกตั้งแต่ลูกเล็ก ๆ นี่เรียกนวัฒกรรมยังไงครับ”

จากคำวิพากษ์วิจารณ์ที่มากมายของชาวเน็ต ทำให้เราสงสัยว่า แท้จริงแล้ว ทุเรียนไร้หนามเป็นสายพันธุ์ หรือเป็นการตัดหนามออกกันแน่ ซึ่งจริง ๆ แล้วทุเรียนไร้หนามของแท้นั้นมีจริง ๆ โดยที่เป็นพันธุ์ทุเรียนไร้หนามจากเมืองดาวาว ประเทศฟิลิปปินส์แต่หน้าตาของมันอาจจะไม่เหมือนกับทุเรียนที่เรารู้จักสักเท่าไหร่ ออกแนวเหมือนกับกระท้อนเสียมากกว่า แต่เกษตรกรชาวสวนลับเเล สร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเกษตร “ทุเรียนลับเเลไร้หนาม” ตอบโจทย์ผู้บริโภค ที่ชอบทานทุเรียน เเต่หวาดหวั่นกับหนามเเหลม ๆ ที่เปลือก

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 61 ที่บ้านนายเสรี สุกสา อายุ 45 ปี เกษตรกรชาวสวนผลไม้ ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ คึกคักตลอดทั้งวัน เมื่อประชาชน และผู้ที่อยากเห็น และสัมผัสความแปลกใหม่ หลังเจ้าตัวไปเผยแพร่นวัตกรรมทางการเกษตร ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ การต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรทั้งการตลาดและมูลค่าสินค้า ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมโชว์ภาพ กำลังเตรียมตัด “ทุเรียนไร้หนาม” จำนวน 2 ลูกจากต้นในสวนบนภูเขาลับแล  ทั้งนี้หลังจากตัดทุเรียนลับแลไร้หนาม 2 ลูก ได้ทดลองแกะและรับทานไปแล้ว 1 ลูก เหลืออีก 1 ลูก ที่กำลังสุกถึงเวลารับประทานได้แล้ว โดยได้จัดทุเรียนหลงลับแล และทุเรียนลับแลไร้หนามในตะกร้า หากไม่สังเกตก็ไม่มีใครเชื่อว่า 1 ลูกที่ไม่มีหนามคือทุเรียน เพราะความไม่เคยชิน เมื่อเข้าใกล้จะได้กลิ่นหอมของทุเรียนที่กำลังสุก ขนาดน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ซึ่งเจ้าของจะแกะเปลือกเพื่อทานในครอบครัว นายเสรี กล่าวว่า “ครอบครัวมีสวนทุเรียนทุกสายพันธุ์ของลับแลกว่า 50 ไร่ ด้วยปัญหาของผู้ที่ชื่นชอบรับประทานทุเรียน คือ หนาม ส่งผลให้ปลอกและกว่าจะทานยุ่งยาก จึงเกิดแนวความคิดสร้างวัตกรรมทางการเกษตร ซึ่งไม่ใช่การปรับเปลี่ยนสายพันธุ์แต่อย่างใด”

ส่วนวิธีการขอไม่เปิดเผยมากมาย โดยจะนำลูกทุเรียนขนาดเท่ากับกำปั้นใช้วิธีเอาหนามออกจากผิวทุเรียน และใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแลผิวทุเรียน นำสมุนไพรผสมปูนแดงไปทาที่ผิว เพราะหลังจากตัดหนามทุเรียนจะทำให้ผิวทุเรียนบางลง ซึ่งพวกเพลี้ยจะมาดูดน้ำจึงต้องดูแลอย่างดี และใช้เวลาประมาณ 115-130 วัน จึงสามารถตัดได้ โดยอยากสื่อว่าทุเรียนมีหรือไม่มีหนาม ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ทุเรียนไร้หนามมีดีในเรื่องเนื้อ รสชาติอร่อยกว่าหมอนทอง และไม่มีสารเคมี

“สิ่งที่ผมทำไม่คาดหวังเรื่องตลาด แต่ที่ทำเพราะอยากทำ ชอบอะไรไม่เหมือนใคร จริง ๆ แล้วทุเรียนไร้หนามไม่ใช่เรื่องใหม่ ผมเคยเห็นรุ่นพ่อทำมาเมื่อ 30 ปีที่แล้วในพื้นที่ลับแล เมื่อทำไปทำมามันไม่คุ้มค่าจึงเลิกทำ จนมารุ่นผม มองว่าทุเรียนไม่จำเป็นต้องมีหนาม อย่างแตงโม ทำเป็นสี่เหลี่ยมได้ ทุกสิ่งในโลกเกิดขึ้นได้ ในเมื่อที่บ้านมีสวนจึงเกิดแนวคิดนี้ขึ้นมา เพราะวิธีคิดผมไม่เหมือนใคร ยกตัวอย่างต้นลองกอง ได้แต่งทรงต้นไม่ให้ดำจากเชื้อรา ก็ทำมาแล้ว” เสรี ยังบอกว่า แม้จะเจอปัญหาอุปสรรคจะยังคงเดินหน้าต่อ มองเป็นเรื่องท้าทาย เพราะขณะนี้ประสบความสำเร็จ 10% ซึ่งที่ผ่านมาได้มีคนขายผลไม้ออแกนิกจากชลบุรีติดต่อมาอยากได้ทุเรียนไร้หนามวันละ 300 กิโลกรัม แม้จะยังเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องมีการปรับปรุงหาเทคนิคทั้งเรื่องน้ำและเรื่องต่าง ๆ โดยมองว่าหากผลตอบรับดี จะทำอย่างจริงจัง พร้อมแบ่งความรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เช่น การถ่ายทอดเรื่องน้ำหมัก ร่วมการปลูกทุเรียนไร้หนาม พร้อมกับเป็นตัวกลางในการรับซื้อ

ตนได้ใส่ความแปลกใหม่ในเชิงสร้างสรรค์ จนนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าให้ทุเรียน ด้วยการนำปัญหาหนามทุเรียน มาเป็นแนวทาง หรือ โจทย์ในการคิดค้น ฤดูกาลปี 2561 ตั้งแต่ทุเรียนเริ่มติดผล เฝ้าดูแล ด้วยเคล็ดลับที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ จากทุเรียน 1 ต้น 20 ลูก ได้ทุเรียนไร้หนามที่สมบูรณ์ และ ปลอดสาร 100 เปอร์เซ็นต์ เพียง 2 ลูกเท่านั้น  ส่วนรสชาติยังคงเป็นทุเรียนภูเขาลับแล ที่ทุกคนชื่นชอบ ส่วนอีก 18 ลูกไม่สมบูรณ์ เปลือกที่ได้ไม่ยังไม่เป็นที่พึ่งพอใจ ส่วนเรื่องราคาทุเรียนไร้หนาม น่าจะราคาสูงกว่าทุเรียนปกติ 5-6 เท่า และไม่คิดจะนำพันธุ์หลงลับแล และหลินลับแลมาทำเป็นทุเรียนไร้หนาม เพราะน่าจะยากในเรื่องราคาที่จะแพงมาก ดังนั้นจะนำทุเรียนพื้นบ้านเท่าที่มีมาทำขาย และควบคู่กับเรื่องคุณภาพ ซึ่งรสชาติเป็นเรื่องสำคัญ โดยจะทำได้เฉพาะช่วงปลาย ๆ เดือน เม.ย.-พ.ค. คาดว่าปี 62 จะได้ลิ้มรสทุเรียนไร้หนามอย่างแน่นอน

จาก 140 วันที่เฝ้าใช้นวัตกรรมทางการเกษตร เพื่อให้ได้ทุเรียนลับแลไร้หนาม เมื่อผลแก่ จึงตัดมาแกะรู้สึกได้ว่า ง่ายมาก ๆ เพียงแค่ใช้คัดเตอร์ก็แกะได้แล้ว ไม่ต้องใส่ถุงมือหนาๆ  ไม่ต้องกลัวมือจะเป็นแผลจากหนามที่แหลมคม ที่สำคัญคุณภาพของทุเรียนยังคงเดิม ล่าสุดมีการตอบรับกับนวัตกรรมทางการเกษตรทุเรียนลับแลไร้หนามเกินคาด ทั้งเพื่อน ๆ และพ่อค้าที่เคยรับซื้อทุเรียนจากสวน ได้แจ้งยอดสั่งจอง ทุเรียนไร้หนาม ในฤดูกาลหน้า ปี 62 ตอนนี้เกือบ 1,000 ลูก หลังจากนี้จะนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุง เพื่อให้ได้ผลที่สมบูรณ์ที่สุด หากประสบความสำเร็จก็จะได้บอกต่อให้กับเกษตรชาวสวนลับแลให้ได้นำไปใช้ จะได้เป็นการเพิ่มมูลค้า ช่องทางการตลาดในอนาคตต่อไป

แท้จริงแล้วทุเรียนไร้หนามในเมืองไทย ก็ได้ถูกพัฒนาโดยความคิดของคนไทย เพื่อคนไทย เพียงแค่นำมาปรับใช้อย่างถูกวิธี นอกจากจะประหยัดเวลาในการปอกเปลือกทุเรียน ยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของตนเองได้ อาจจะต้องเสียเวลาในการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ก็คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป จากแนวคิดของเสรี ถือเป็นการคิดนอกกรอบที่เกษตรกรควรเอาแบบอย่าง มีความพยายามใช้เทคนิคในการปาดเอาหนามทุเรียนออก ไม่ใช้การปรับสายพันธุ์ คอยดูแลเป็นอย่างดีเพื่อให้ผลทุเรียนอยู่รอด ไม่ร่วงจากต้น ถือเป็นการสร้างมูลค่าให้กับทุเรียน ทั้งได้ความแปลกใหม่ สะดวกในการขนย้ายทุเรียนที่ไม่มีหนามตำมือ และในอนาคตอาจจะเป็นหนึ่งในทุเรียนมีชื่อในเมืองลับแล ต้องติดตามความสำเร็จต่อไป

 

ที่มา https://www.msn.com/th-th/news/national/“ทุเรียนลับเเลไร้หนาม”-แห่จองข้ามปี-แล้วเกือบ-1000-ลูก/ar-BBMQAiO?li=BBr8Hnw&ocid=wispr#image=BBMQAiO_1|2 

Leave a comment

Related Posts