“พริกเขียวดวงมณี” ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี

คุณอภิสิทธิ์ จิตพิทักษ์ อายุ 42 ปี เจ้าของไร่พริกเขียวจิตพิทักษ์ ยึดอาชีพปลูกพริกขายหลังนา มานหลายปี จนมีความเชี่ยวชาญการจัดการพริกเขียวในระดับที่หาตัวจับยาก อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 4 ม.3 ต.โรง อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา จบการศึกษาระดับ ม.6 มีอาชีพหลักคือเป็นนักการภารโรง และขับรถรับส่งนักเรียน รวมไปถึงทำการเกษตรควบคู่ไปด้วยโดยปลูกข้าวและพริกเขียวสลับกัน

คุณอภิสิทธิ์ เท้าความถึงเส้นทางการทำเกษตรของตนว่า “การเกษตรที่ตนทำเป็นหลัก คือ ปลูกพริกเขียวสายพันธุ์ดวงมณี สลับกับการทำนาข้าว แต่หลังๆ หันมายึดการปลูกพริกเขียวเป็นหลัก เพราะมีต้นทุนในการจัดการต่ำกว่าทำนา และราคาดีกว่า โดยเน้นการใช้แรงงานของคนในครอบครัวเข้ามาช่วย เพื่อเป็นการปลูกฝังวิชาชีพให้แก่ลูกทั้งสองคนและประหยัดต้นทุนด้านแรงงาน” ในการทำงานภาคการเกษตรจึงทำพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาทำงานอยู่บ้าน คุณอภิสิทธิ์ เองก็เคยไปขายแรงงานที่ กทม. ตั้งแต่ พ.ศ. 2536-2541 เหมือนเช่นหนุ่มสาวทั่วไป แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงหันหลังจากกรุงกลับมาทำนาอยู่บ้าน ทำนาไปได้ 18 ปี พบว่าไม่ไหว เพราะรายรับไม่พอรายจ่าย ต้นทุนเยอะ ทั้งปุ๋ยยาก็มีราคาแพง จึงคิดหาปลูกพืชอื่นเป็นแหล่งสร้างเงินแทนการทำนา แต่ก็ยังทำนาอยู่เรื่อยมาไม่ขาด ทำแค่พอเก็บไว้กินเอง ไม่เน้นทำมากเพราะขาดทุนหลายรอบ

แถมยังจะมีหนี้สินเพิ่มขึ้นอีกด้วยก็พอดีมีญาติแนะนำให้ปลูกพริกเขียวสายพันธุ์ดวงมณี ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ตลาดต้องการ จึงเลยทดลองปลูกเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม พบว่าการปลูกพริกนั้นมีต้นทุนน้อยกว่าการทำนามาก ไม่ต้องไปเสียเงินจ้างไถนา จ้างหว่านข้าว หว่านปุ๋ย ดูดน้ำ เหมือนการทำนา ที่มีรายจ่ายเยอะแยะเต็มไปหมด

ปลูกพริกมาเป็นเวลาสองปีกว่า รายได้ก็เพิ่มขึ้นมาก จนสามารถปลดหนี้ได้บ้างบางส่วน ซึ่งตนคาดหวังว่าถ้าราคาพริกยังได้ราคาดีต่อไปในวันข้างหน้า ความเป็นอยู่คงจะดีขึ้นมากและสามารถส่งเสียลูกจนเรียนจนจบได้อย่างแน่นอนชัยภูมิของ ตำบลโรง อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา จัดว่าเป็นพื้นที่ ที่เหมาะสมต่อการปลูกพริกและมีการปลูกพริกเขียวกันมาก จนกลายเป็นแหล่งผลิตพริกเขียวทีมีชื่อเสียง ด้วยสภาพพื้นที่มีอุณหภูมิเหมาะสม ดินดี มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี จึงเอื้อต่อการเพาะปลูกพริกเป็นอย่างยิ่งพริกเขียวให้ผลผลิตตลอดทั้งปี

และปลูกเฉพาะพริกเขียวดวงมณี ซึ่งเป็นพริกผลใหญ่ เมื่อพริกมาเจอสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ต้นพริกก็เจริญเติบโต แข็งแรงดี จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรครากเน่า ซึ่งเป็นโรคคู่ฮิตของพริก เนื่องจากดินมีการระบายน้ำดี และพื้นที่มีความลาดเอียงจึงถ่านเทน้ำได้สะดวก การนำพริกมาปลูกในพื้นที่นี้จึงออกดอกดี ดอกมีสีเขียวสวย ให้ผลใหญ่น้ำหนักดี จำหน่ายได้ราคาดี มีผลกำไรวงอกงาม เพราะต้นทุนในการจัดการโรคแมลงมีน้อย

เกษตรกรที่ปลูกพริกที่นี่จึงมีความสุขกับรายได้ที่ได้รับ และมีความเป็นอยู่ที่ดี เพราะพริกเขียวพันธุ์ดวงมณีที่ตนเป็นผู้ริเริ่มนำเข้ามาปลูก คุณอภิสิทธิ์ จึงมีแนวคิดที่จะพลิกฟื้นที่นาที่เหลืออยู่มาปลูกพริกเขียวที่สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปีเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ เนื่องจากผลผลิตที่ผลิตได้ในปัจจุบันนั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

“การลงทุนปลูกพริกค่อนข้างคุ้มค่า ลงทุนครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ถึง 10 ครั้ง(เก็บผลทุก 20 วัน) ลงทุนครั้งแรกมีค่าเม็ดพันธุ์และปรับหน้าดิน ถ้าปลูกเดือนมกราคม จะเก็บได้กลางเดือนมีนาคม-เดือนตุลาคม พอเดือนพฤศจิกายนจะเริ่มปลูกรอบใหม่ หากดูแลดีจะได้ทุนและกำไรคืนในรอบแรกเลย ปลูกพริกจึงไม่มีขาดทุนแต่กำไรจะน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับราคา”

การปลูกพริก

การลงกล้า : ก่อนปลูกให้ไถแปลดินที่จะปลูกพริกอีกครั้งหนึ่ง เสร็จแล้วเดินหัวสปริงเกอร์ก็จะใช้เหล็กหรือไม้ก็ได้ทำให้แหลมปักให้เป็นหลุม ไม่ต้องลึกมาก ลึกประมาณ 3 นิ้ว ความห่างของหลุมประมาณ 70×70 ซม. โรยปุ๋ยลงในหลุมเล็กน้อย แล้วหย่อนต้นพริกลงในหลุมแล้วกลบดินบางๆสรุปทุน-กำไรต่อรอบการผลิต

  • ผลผลิตได้ทั้งหมด 2,343 กก. ราคา กก.ละ 50=117,150 บาท
  • ค่าแรง 23,430 ค่าปุ๋ย6,500 = คงเหลือ 87,220 บาท (รอบที่ผ่านมาขึ้นอยู่กับราคาแต่ละวัน)

ด้านการตลาด คุณอภิสิทธิ์ จะทำการตลาดเอง จากเดิมที่ไม่มีคนรู้จัก ก็ไปขายในตลาดใกล้บ้าน พอแม่ค้า พ่อค้าเริ่มรู้จักว่ามีพริกขายก็สั่งกันเข้ามาตลอด ที่สำคัญมีญาติมาบอกว่าให้ลองขายส่งประเทศมาเลเซียดู จะได้ราคาสูงกว่า ก็เลยลองขายดู จะได้ราคาแพงกว่าประมาณ 10-15 บาทต่อกิโลกรัม และจะมีพ่อค้าคนไทยมาซื้อเพื่อนำไปขายที่ประเทศมาเลเชียถึงที่ แค่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วโทรหาให้พ่อค้ามารับซื้อถึงสวนพริกเลย สำหรับราคาขายนั้นจะดูราคากันวันต่อวันเพราะราคามีการขึ้นลงทุกวันไม่เหมือนกัน รายรับก็จะเป็นหลักแสนต่อรอบการเพาะปลูก ซึ่งเป็นรายได้ที่ใช้อยู่กินและส่งเสียลูกทั้งสองคนให้เรียนต่อได้สบายๆผลพริกดกเต็มต้น ผลใหญ่อวบ ไร้โรค เพราะได้ปุ๋ยสูตรเด็ด

การเลือกทำการเกษตรชนิดใด นอกจากจะอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของผู้ปลูกแล้วยังจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าพืชแต่ละชนิดมีอุปนิสัยแบบใด เหมาะสมต่อการเพาะปลูกแบบไหน เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เรามีหรือไม่ หากเรียนรู้และทำการเพาะปลูกให้ตรงจุด ก็จะลดขั้นตอนการจัดการ และ ต้นทุนที่เป็นปัจจัยในการผลิตลงไปได้ ผลคือมีต้นทุนน้อยลง และมีกำไรเพิ่มขึ้น แม้ว่าราคาผลผลิตจะผันผวนอย่างไรก็อยู่ได้สบาย

หากคุณกำลังต้องการหาซื้อ 
“เมล็ดพันธุ์” หรือ “พริกสด” ทุกสายพันธุ์
ให้เราช่วยหาสิ่งที่คุณต้องการได้ที่เบอร์ 0933171414

ที่มา: https://www.rakbankerd.com , https://bit.ly/2Q0yeSt

Leave a comment

Related Posts