“ถังเช่าสีทอง” เพาะแบบต้นทุนต่ำ มีตู้เย็นเก่าทำได้

ในบรรดาเห็ดเกือบทุกชนิดที่เพาะจำหน่ายได้ เห็ดถังเช่าสีทองนับได้ว่ามีราคาแรงและแพงที่สุด ถึงทุกวันนี้ราคาเห็ดถังเช่าสีทองจะพอเอื้อมมือถึงแต่ก็ยังอยู่ที่หลักหลายหมื่นบาทต่อกิโลกรัม เห็ดชนิดนี้จึงยังจัดว่าเป็นที่สุดด้านราคา น่าสนใจว่าไม่ใกล้ไม่ไกลกรุงเทพฯ ที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มีฟาร์มเพาะเลี้ยงเห็ดชนิดนี้อยู่ ชื่อว่า “บ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์” ซึ่งพื้นที่เพาะเลี้ยงเห็ดราคาแพงหูฉี่ชนิดนี้ เป็นเพียงห้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศขนาดกะทัดรัด ที่สำคัญเจ้าของฟาร์ม”คุณธวัช กุลมะลิวัลย์ หรือ อาจารย์เพรียว เล่าให้ฟังว่า เดิมเพาะเลี้ยงเห็ดไฮโซใช้ด้วยตู้เย็นเก่าที่นำมาดัดแปลงเสียด้วยซ้ำ

อาจารย์เพรียวบอกว่า ช่วงแรกใช้เพียงตู้เย็นเก่านำมาดัดแปลงติดตั้งตัวควบคุมอุณหภูมิอย่างง่ายเข้าไป ให้รักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 18-22 ซึ่งเห็ดชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้ดี เบื้องต้นจึงลงทุนเป็นค่าตู้เย็นเก่าราคา 12,000 บาท และตัวควบคุมอุณหภูมิราคาหลักร้อยบาท อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้หากจะต้องเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดด้วยตนเอง คือหม้อนึ่งแรงดัน ซื้อมาในราคา 13,000 บาท ส่วนตู้เขี่ยเชื้อกับตัวเครื่องเขย่าเพื่อทำการขยายเชื้อ ทำเองด้วยวัสดุที่มีอยู่แล้วหรือหาได้ง่าย รวม ๆ แล้วลงทุนไม่ถึง 30,000 บาทก็สามารถเพาะเห็ดถังเช่าได้ ซึ่งหัวใจสำคัญจริง ๆ นั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ราคาแพง แต่เป็นเชื้อเห็ด “เชื้อเห็ดถังเช่าสีทอง” ที่ดีและสมบูรณ์ ซึ่งหาได้ค่อนข้างยาก

สายพันธุ์เห็ดถังเช่าสีทองที่ดีต้องมีสารสูงหรือมีสารคอร์ไดเซปินที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลและไขมันในร่างกาย สารสูงที่ว่านี้ไม่ควรต่ำกว่า 300 มิลลิกรัม ต่อปริมาณเห็ด 100 กรัม ซึ่ง สายพันธุ์ BH ที่อาจารย์เพรียวพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเอง มีสารสูงจากการส่งไปตรวจวัดที่ศูนย์ไบโอเทคถึง 2,485 มิลลิกรัม ต่อเห็ด 100 กรัม สูงเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศ ซึ่งอาจารย์เพรียวแย้มว่า เคล็ดลับเพาะเลี้ยงเห็ดถังเช่าให้ได้สารที่เป็นประโยชน์สูงนั้น มีอยู่ด้วยกัน 5 องค์ประกอบสำคัญ คือ 1.สายพันธุ์หรือคุณภาพของเชื้อเห็ด 2.สูตรอาหารที่ใช้เพาะเลี้ยงเชื้อเห็ด 3.การปรับสภาพแวดล้อมระหว่างการเพาะเลี้ยง 4.ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว 5.อุณหภูมิในการอบหลังเก็บเกี่ยว ทั้ง 5 ข้อผู้เพาะเลี้ยงเห็ดถังเช่าต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ จึงจะประสบความสำเร็จในการผลิตเห็ดถังเช่าให้มีสารที่เป็นประโยชน์สูงได้

ขั้นตอนเพาะเห็ดถังเช่าคุณภาพเริ่มต้นด้วยการนำเนื้อเยื่อเห็ดถังเช่าสายพันธุ์ BH ที่สร้างชื่อของฟาร์มมาเพาะเลี้ยงในอาหาร PDA เหมือนกับการผลิตหัวเชื้อเห็ดชนิดอื่น แต่จะบ่มไว้เพียง 4-5 วัน ให้เชื้อเห็ดเดินเส้นใยเป็นวงกลมขนาดเท่ากับเหรียญสิบบาท ซึ่งถือว่าเป็นเชื้อวัยหนุ่ม-สาว เป็นใช้ได้ ก่อนจะนำเชื้อที่ได้มาขยายต่อในอาหาร PD ซึ่งมีวิธีการทำแบบเดียวกับอาหาร PDA เพียงแต่ส่วนผสมจะไม่ใส่วุ้นลงไปด้วย

อัตราส่วนใช้เหมือนการทำอาหาร PDA ที่ตัดวุ้นออกไปจะมีน้ำ 1.2 ลิตร ใส่เผื่อไว้ให้ต้มแล้วระเหยจะเหลือ 1 ลิตรพอดี มันฝรั่ง 200 กรัม หั่นเป็นลูกเต๋า 1×1 เซนติเมตร และกลูโคส 20 กรัม ต้มในน้ำจนเดือด จากนั้นเบาไฟลง ทิ้งไว้ 15 นาที ลองกดดูว่าเนื้อมันฝรั่งนิ่มได้ที่พอหรือยัง ถ้าได้แล้วให้กรองเอาเฉพาะน้ำไปฆ่าเชื้อในหม้อนึ่งความดัน 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ที่อุณหภูมิ 121.5 องศาเซลเซียส จากนั้นจึงนำหัวเชื้อที่เตรียมไว้มาตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณครึ่งเซนติเมตร ใส่ลงไปในอาหาร PD เหลวในขวดทรงรูปชมพู่ ขวดละ 2 ชิ้น จากนั้นนำขวดอาหาร PD ที่ใส่เชื้อเห็ดถังเช่าแล้วไปตั้งบนเครื่องเขย่าเชื้อที่จะเปิดไว้ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 4-7 วัน จนเชื้อเห็ดขยายเต็มขวด

อีกขั้นตอนสำคัญคือการเตรียมอาหารสำหรับเลี้ยงเชื้อเห็ดถังเช่าได้ดอกเห็ดยาวสวยสีทองสมชื่อ ซึ่งอาจารย์เพรียวยินดีเปิดเผยอาหารเลี้ยงเห็ดถังเช่าสูตรพิเศษ ซึ่งประกอบไปด้วย

  • ข้าวกล้องหอมมะลิ 1 กิโลกรัม
  • ดักแด้ไหม 50 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • เพปโทน 5 กรัม
  • ยีสต์ 5 กรัม
  • กลูโคส 20 กรัม
  • ดีเกลือ 0.5 กรัม
  • น้ำต้มมันฝรั่ง 200 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร

ส่วนผสมทั้งหมดเมื่อนำมาปั่นรวมกันแล้วจะนำลงขวดแก้ว 16 ออนซ์ ปิดฝาที่เจาะรูให้อากาศเข้าด้วยผ้าปิดแผลไมโครปอร์แบบกระดาษ ส่วนด้านล่างปิดด้วยฟิลเตอร์ตัวกรองที่ป้องกันเชื้อขนาดเล็กได้ถึง 0.1 ไมคอน จากนั้นนำไปฆ่าเชื้อด้วยเครื่องนึ่งแรงดัน 15 ปอนด์/ตารางนิ้ว ที่อุณหภูมิ 121.5 องศาเซลเซียส นาน 45 นาที เสร็จแล้วจึงนำไปฆ่าเชื้อภายนอกขวดด้วยแสงยูวีอีกครึ่งชั่วโมง จึงค่อยนำเชื้อเห็ดที่เตรียมไว้ซึ่งจะต้องลนไฟบริเวณปากขวดและฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีเช่นกันมาหยอดใส่ลงไป

การหยอดเชื้อเห็ดถังเช่าของที่ฟาร์มบ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์ไม่ได้ใช้วิธีปกติทั่วไป ซึ่งอาจารย์เพรียวมองว่าหลายขั้นตอนหลายจังหวะมากเกินไป เปิดโอกาสให้เชื้อไม่พึงประสงค์สอดแทรกเข้าไปได้ง่าย อีกทั้งมีต้นทุนค่าอุปกรณ์ดูดและหยอดเชื้อราคาแพง อาจารย์เพรียวจึงทดลองหยอดเชื้อด้วยวิธีเทเชื้อลงไปตรง ๆ ที่ขวดแก้วใส่อาหารที่เตรียมไว้ภายในห้องปลอดเชื้ออย่างรวดเร็ว โดยกะให้ได้ 5-8 ซี.ซี. ซึ่งต้องอาศัยการฝึกจนชำนาญ จากนั้นให้ตะแคงขวดแก้วใส่อาหารที่หยอดเชื้อเห็ดลงไป 45 องศา ก่อนจะหมุนให้เชื้อสัมผัสกับส่วนบนของอาหารจนเต็มพื้นที่ ซึ่งวิธีทำให้เชื้อเห็ดได้รับอาหารอย่างทั่วถึงและเจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

โดยทั่วไปหลังจากหยอดเชื้อ ต้องบ่มหรือเก็บขวดแก้วในที่มืด 15-20 วัน เพื่อให้เชื้อเดินจนทั่ว จึงค่อยนำมาให้แสง แต่วิธีนี้เพียง 7 วัน เชื้อจะเดินจนเต็มพร้อมให้แสง ซึ่งหลังจากให้แสงด้วยหลอดไฟแอลอีดี ที่ติดตั้งจากทางด้านบนเลียนแบบทิศทางแสงจากดวงอาทิตย์ เพื่อให้ดอกหันเข้าหาแสงตามธรรมชาติได้ 3 วัน ดอกเห็ดถังเช่าจะค่อย ๆ โตขึ้น เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเหลืองทอง และเริ่มแทงดอกออกมาในเวลาประมาณ 10 วัน

ระหว่างการดูแลเห็ดถังเช่าให้ออกดอก ต้องควบคุมอุณหภูมิภายในสถานที่หรือห้องเพาะเลี้ยงให้อยู่ระหว่าง 18-22 องศาเซลเซียส ซึ่งสมัยก่อนอาจารย์เพรียวเพาะเลี้ยงในตู้เย็นเก่าและตู้แช่มือสอง แต่ปัจจุบันขยายมาเป็นห้องปรับอากาศบุผนังด้วยโฟมหุ้มด้วยฟอยล์ โดยในช่วงที่ต้องกระตุ้นเส้นใยให้กลายเป็นดอกเห็ด ตามหลักแล้วจะต้องลดอุณหภูมิลง 2-4 องศาเซลเซียส ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงค่อยเพิ่มอุณหภูมิขึ้น และต้องควบคุมไม่ให้อากาศในห้องเพาะเลี้ยงมีมากจนเกินไป ซึ่งจะทำให้เห็ดถังเช่าไม่ผลิตสารคอร์ไดเซปินออกมา เนื่องจากในธรรมชาติเห็ดชนิดนี้ขึ้นอยู่ในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 เมตร ซึ่งอากาศเบาบาง โรงเรือนของฟาร์มจึงออกแบบให้อากาศเข้าออกยาก จึงบุผนังด้วยวัสดุข้างต้น ซึ่งนอกจากทำให้อากาศเข้าออกยาก ยังมีคุณสมบัติกันความชื้นและความเย็นออก ช่วยประหยัดไฟจากค่าเครื่องปรับอากาศไปในตัว

เห็ดถังเช่าใช้เวลาเพาะเลี้ยง 60-75 วัน จะพร้อมให้เก็บผลผลิตนำมาบริโภคได้ แต่โดยมากนิยมนำมาอบแห้งใช้ทำเป็นชาชงหรือยาเม็ดแคปซูล ไม่นิยมนำมาประกอบอาหารเนื่องจากมีราคาสูง สำหรับผู้อ่านที่สนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมที่บ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์ 118/8 หมู่ 4 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ (โทร. 08-9134-1655, 08-1891-2644)

 

ที่มา   https://web.facebook.com/agriculturemag/posts/1834089896628595

Leave a comment

Related Posts