“ดาหลา” ไม้ดอกหลากสี พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้

ดาหลา เป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน สูงได้ถึง 5 เมตร ใบดาหลา เป็นใบเดี่ยว รูปขอบ ขนาน กว้าง 15-20 ซม. ยาวประมาณ 50 ซม. ผิวใบเกลี้ยง ดอกดาหลา สีขาวนวล ออกเป็นช่อจากเหง้าใต้ดิน ขนาดผ่านศูนย์กลาง 10-18 ซม. ก้านช่อดอกยาวถึง 1 เมตร กลีบประดับรอบนอกแผ่บาน ปลายมน กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-7.5 ซม. กลีบประดับชั้นในเรียงซ้อน กันแน่น มีขนาดลดหลั่นกัน ยาว 1-3.5 ซม. ดอกย่อย สีขาว กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นสามแฉก กลีบปากมีขอบ สีเหลือง เกสรผู้สมบูรณ์ 1 อัน ผลดาหลา รูปกลม มีขนนุ่มขนาด ผ่านศูนย์กลาง 1-2 ซม. เมล็ดมีขนาดเล็ก

ดอกจะออกตลอดปีแต่จะให้ดอกดกที่สุดในช่วงฤดูร้อน คือ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม ดอกจะพัฒนามาจากหน่อดอกที่แทงออกมาจากเหง้าใต้ดินลักษณะของหน่อจะมีสีชมพู ที่ปลายดอกมีรสเปรี้ยว และมีสีแดงเข้มมีวิตามินซีสูง และมีแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยบำรุงเลือดช่วยให้ผิวพรรณดี อีกทั้งขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้ออีกด้วย ลักษณะเด่นของดาหลาที่อีกหนึ่งประการคือสามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงรำไร หรือที่ร่ม ไม้ยืนต้น สามารถเก็บดอกได้ตลอดทั้งปี แต่จะให้ดอกดกในช่วงฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม) ในขณะที่ไม้ดอกชนิดอื่น ๆไม่มีดอกให้เก็บ

ปัจจัยในการปลูกดอกดาหลาที่ผู้ปลูกต้องคำนึง คือ แสงและฤดูกาล แปลงปลูกควรให้แสงส่องผ่านประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ หากโดนแสงแดดมากเกินไปสีของกลีบประดับจะจางและทำให้ใบไหม้  นอกจากนี้ฤดูปลูกที่เหมาะสมควรเป็น ฤดูฝนช่วงเดือน กรกฏาคม – สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดาหลาจะมีการเจริญเติบโตทางด้านลำต้นและแตกหน่อได้มาก

ศูนย์วิจัยพืชสวน จังหวัดตรัง แนะนำให้ปลูกดอกดาหลาหลากสีเนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ตัดดอกขายได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้งาม  ที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้ได้พัฒนาสายพันธุ์ดอกดาหลาซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองภาคใต้ให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและในที่ร่ม ดอกมีสีสันที่สวยงาม แข็งแรงและอยู่ได้นาน 7-10 วัน ใช้เวลาปลูกประมาณ 1 ปีก็จะเริ่มออกดอกต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งเกษตรกรสามารถตัดขายได้ในราคาดอกละ 7-10 บาท โดยมีทั้งหมด 5 สี ใช้ชื่อว่าตรัง 1-ตรัง 5 ซึ่งพันธุ์ตรัง 1 ดอกจะมีสีขาว, ตรัง 2 ดอกสีบานเย็น, ตรัง 3 ดอกสีแดง,ตรัง 4 ดอกสีชมพูและตรัง 5 ดอกสีแดงเข้ม เกษตรกรสามารถปลูกแซมได้ทั้งในสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมันและอื่น ๆ โดยใช้ขนาดความกว้าง 3 คูณ 3 เมตร

ปัจจุบันศูนย์ฯ เก็บรวบรวมพันธุ์ดาหลาไว้ในพื้นที่ศูนย์ทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ดอกสีชมพู  สีแดง  สีขาวและสีชมพูอ่อน(โอโรส)  โดยมีวิธีการเพาะขยายพันธุ์  4 วิธีดังนี้

1.การแยกหน่อ  คือ เป็นวิธีการแยกหน่อที่มีความเหมาะสม กล่าวคือ ต้องมีความสูงประมาณ 60-100 เซนติเมตรขึ้นไป  มีกิ่งอ่อนกึ่งแก่ประมาณ 4-5 ใบ มีหน่อดอกอ่อนๆประมาณ 3 หน่อ นำไปปลูกลงถุงพลาสติกประมาณ 1 เดือนเพื่อให้หน่อแข็งแรงก่อนนำลงไปปลูกในแปลง

2.การแยกเหง้า  คือ เป็นการแยกเหง้าที่เกิดใหม่ที่โคนต้น ไปปลูกในแปลงเพาะชำ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ต้นจึงจะเริ่มให้ดอก

3.การปักชำหน่อแก่  กล่าวคือ การนำหน่อแก่ไปชำในแปลงเพาะชำเพื่อให้แตกหน่อใหม่ที่มีความสมบูรณ์แข็งแรง จากนั้นจึงค่อยแยกหน่อใหม่ย้ายลงไปปลูกในแปลง

4.การเพาะเมล็ด คือ การนำเมล็ดแก่ที่ได้จากต้นแม่ไปเพาะในกระบะปลูกจนได้ต้นกล้าและย้ายลงปลูกในถุงพลาสติก พอต้นแข็งแรงถึงจะสามารถนำลงแปลงปลูกได้  แต่อย่างไรก็ตามการขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ค่อนข้างจะช้ากว่าวิธีอื่นๆ แต่จะได้ผลดี คือ มีอัตราการได้ต้นดาหลาสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากการหลายพันธุ์ของต้นพ่อและแม่

สำหรับแปลงปลูกดาหลา โดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร ความยาวตามขนาดของพื้นที่ แปลงปลูกดาหลาจะมีสองแบบ คือ การปลูกแบบยกร่องสวน และไม่ยกร่องสวน  ซึ่งทั้งสองวิธีจะทำการไถ่พรวนตากดินไว้ประมาณ 5-7 วัน จากนั้นขุดหลุมปลูกระยะห่างระหว่างต้นและแถวประมาณ 2 เมตร  รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีสูตร 20-20-20 ในอัตรส่วน 1 ต่อ 25 จากนั้นนำต้นพันธุ์ที่เตรียมไว้ด้วยวิธีการขยายพันธุ์ที่กล่าวมาทั้ง 4 วิธีข้างต้นลงปลูก  กลบดินและรดน้ำให้ชุ่ม แต่ถ้าหากปลูกในเชิงพานิชย์ แนะนำว่าควรทำการขุดยกร่องสวนให้มีคูน้ำลึกประมาณ 1 เมตร กว้าง 1 เมตร ขั้นระหว่างแปลงปลูก เพื่อให้มีความชุ่มชื้นภายในแปลงอยู่ตลอดเวลา

การให้ปุ๋ย ต้องให้ 2-3 เดือนต่อครั้ง โดยจะใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 ในอัตรา 96 กิโลกรัมต่อไร่ ปุ๋ยคอก 15 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี นอกจากนี้อาจใช้อินทรีย์วัตถุทีผุพัง เช่น ใบไม้ต่างๆ ลำต้นแก่ของดาหลา วัชพืชที่ขึ้นตามท้องร่องมาหมักเป็นปุ๋ย หรืออาจใช้ดินเลนจากท้องร่องพูนใส่ตามโคนต้นในกรณีปลูกแบบยกร่อง

การให้น้ำ ในระยะเริ่มแรกของการปลูก ต้องรดน้ำให้ชุ่ม  วันละ 1 ครั้ง แต่เมื่อต้นดาหลาเริ่มตั้งตัวได้อาจเว้นระยะห่างของการให้น้ำจากวันละครั้งออกไปเป็นประมาณ 2-3 วันต่อครั้ง แต่อย่างไรต้องคำนึงถึงสภาพอากาศ ถ้าเป็นช่วงฤดูร้อนควรเพิ่มการให้น้ำมากขึ้น โดยใช้ระบบการให้น้ำแบบสปริงเกอร์บนแปลงที่ไม่ยกร่อง

ดาหลาเป็นพืชที่มีการเจริบเติบโตที่รวดเร็ว  เพราะฉะนั้นในช่วงแรกจะต้องทำการกำจัดวัชพืชบ่อยๆ  แต่เมื่อดาหลาโตกอแน่นใบบังแสงซึ่งกันและกัน แสงไม่สามารถส่องผ่านมากระทบพื้นดิน ทำให้วัชพืชไม่สามารถเจริญงอกงามได้ ระยะหลังจึงไม่ต้องทำความสะอาดเก็บวัชพืชบ่อยมากนัก  ส่วนโรคและแมลงยังพบโรคทีเป็นปัญหาสำคัญกับดาหลา

สำหรับการเก็บเกี่ยวดอกดาหลาจะนิยมตัดในช่วงเช้า จะเลือกดอกที่มีความสมบูรณ์ พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้ซึ่งจะมีอายุประมาณ 2 อาทิตย์ นับตั้งแต่เริ่มแท่งหน่อดอก โดยการตัดกานดอกดาหลาจะต้องตัดให้ชิดโคนแล้วนำไปแช่ในน้ำสะอาด ห่อดอกด้วยถุงพลาสติกเพื่อป้องกันไม่ให้กลีบดอกห้อยและช้ำ ยืดอายุการใช้งานได้นานถึง 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมโดยรอบ

ทั้งนี้ ดอกดาหลา ใช้ประดับตกแต่งสถานที่และรับประทานเป็นผักสดกับข้าวยำ ชุบแป้งทอด ทำน้ำพร้อมดื่ม เหง้าใช้ปรุงอาหารได้ ขยายพันธุ์ง่ายคล้ายเหมือนพืชตระกูลข่า หรือนำเมล็ดสีน้ำตาลไปเพาะก็ได้ ที่สำคัญอย่าให้ขาดน้ำ เพราะดอกดาหลาชอบความชื้นในดิน ซึ่งในโอกาสสำคัญต่าง ๆ เช่นงานขึ้นบ้านใหม่ งานโรงเรียน งานประชุมสัมมนา จะทำให้ราคาของดอกดาหลาเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากดอกดาหลาจะให้สีสันที่สวยงามตลอดทั้งปีแล้วยังให้คุณค่าทางอาหารและประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกมากมาย โดยศูนย์วิจัยพืชสวนตรังกำลังเร่งเพาะชำต้นกล้าดอกดาหลาทั้ง 5 สีเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่สนใจและมองหารายได้เสริม โดยขายเพียงต้นละ 5 บาทเท่านั้น ส่วนเกษตรกรรายใดสนใจสามารถไปศึกษาดูงานได้ฟรี ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนในวันและเวลาราชการ

ซึ่งนางชญานุช ตรีพันธ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง กล่าวว่า มีดาหลาแนะนำรวม 5 สีทั้งสีขาว สีชมพู สีบานเย็น สีแดงและสีแดงเข้ม ใช้เวลาปลูก 1-1.5 ปี ก็สามารถตัดดอกขายได้ในราคา 5-10 บาท แล้วแต่ฤดูกาล และตัดดอกขายได้ตลอดทั้งปี โดยระวังอย่าให้ขาดน้ำ ส่วนใครที่สนใจสามารถติดต่อซื้อต้นกล้าได้ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง ซึ่งดอกดาหลาสามารถนำไปทำเมนูอาหารและตกแต่งสถานที่ได้อย่างสวยงาม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดตรัง (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) โทรศัพท์ (075)582-3123 คุณวรรณา พรหมบุญทอง (วันเวลาราชการเท่านั้น)

ที่มา : https://news.mthai.com/economy-news/609428.html ,  https://www.tnews.co.th/contents/399320

https://www.technologychaoban.com/flower-and-decorating-plants/article_11668

http://www.komchadluek.net/news/regional/308491

Leave a comment