“พริกซุปเปอร์ฮอต” ใช้น้ำน้อย-สร้างกำไรงาม

mSQWlZdCq5b6ZLkvP62y2HaQqakdKDs2

ชาวนาชัยนาท พลิกวิกฤติ! หันปลูก “พริกพันธุ์ซุปเปอร์ฮอต” พืชน้ำน้อย ทนอากาศร้อน หลังไม่สามารถปลูกข้าว-ทำนาได้ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เผยจะปลูกไปตลอด ไม่เสี่ยงทำนาอีก

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาล่าสุด ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวขึ้นอยู่ที่ 14.49 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีการลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 5 .96 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อผลักดันน้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศ ภายในแม่น้ำลำคลอง และเพื่อการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ภาคกลางและกทม. และไม่มีท่าที หรือนโยบายจะส่งน้ำให้เกษตรกรแต่อย่างใด ส่งผลให้แหล่งน้ำสำรองขนาดใหญ่และเล็กแห้งขอด จนบางพื้นที่ไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้ ทำให้ชาวนาในพื้นที่ต่างๆ หันมาปลูกพืชน้ำน้อย ทนร้อน เหมาะกับสภาพอากาศปัจจุบันของประเทศไทย สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

ด้าน นางสุภาพร โฮงยู เกษตรกรในอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า ปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการทำนาปรังมาเป็นการยกร่องปลูกพริกพันธุ์ซุปเปอร์ฮอต บนเนื้อที่ 1 ไร่ หลัง อ.สรรพยา ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก แต่ได้รับการชักชวนจากผู้นำท้องถิ่นให้เข้าร่วมศึกษาดูงานการปลูกพริกด้วยระบบน้ำหยด ในครั้งแรกต้องมีการลงทุนทั้งหมดทั้งค่ายกร่อง ค่าต้นพันธุ์ และค่าอุปกรณ์ระบบน้ำหยด รวมประมาณ 10,000 บาท และทำให้พบข้อดีของการใช้ระบบน้ำหยดคือ ประหยัดน้ำซึ่งรวมถึงประหยัดต้นทุนการสูบน้ำด้วย การให้ปุ๋ยก็ทำได้ง่ายเพียงผสมปุ๋ยลงในถังระบบน้ำแล้วเปิดวาล์วให้ปุ๋ยผสมน้ำหยดลงโคนต้นวันละ 30-40 นาที โดยไม่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากเหมือนการให้ปุ๋ยแบบใช้คนหว่านทั่วๆ ไป

“เมื่ออายุครบ 90 วัน พริกพันธุ์ซุปเปอร์ฮอตในแปลง ก็สุกแดงสามารถเก็บขายได้ โดยสหกรณ์การเกษตรวิถีพอเพียงเจ้าพระยาจะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 40-45 บาท เพื่อรวบรวมส่งต่อให้กับบริษัทแปรรูปต่อไป มีรายได้เฉลี่ยวันละ 1,600-2,200 บาท โดยอายุของพริกโดยเฉลี่ยจะมีผลผลิตถึง 3,000 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่ หรือสามารถสร้างรายได้มากถึง 120,000 บาท และเมื่อหักต้นทุนสุทธิแล้ว จะมีกำไรขั้นต่ำ 60,000 บาทต่อ 1 ไร่ สร้างรายได้ที่แน่นอนและดีกว่าการทำนาเหมือนเมื่อก่อน ที่ต้องกู้หนี้ยืมสินทั้งในและนอกระบบมาหมุนวันต่อวัน ส่วนตัวจะขอปลูกพริกไปเรื่อยๆ หากมีน้ำทำนาก็อาจจะไม่เสี่ยงทำอีก เนื่องจากกลัวการเป็นหนี้ซ้ำซ้อนอีกครั้ง” นางสุภาพร กล่าว

 

ที่มา  http://www.thairath.co.th/content/622841#cxrecs_s

Leave a comment

Related Posts