“ข้าวก่ำเจ้า มช.107” ต้านมะเร็งกระเพรา ป้องกันโรคหัวใจ

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (แม่ข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ) ผสาน ความร่วมมือคณะนักวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่งเสริมวิจัยพัฒนาข้าวก่ำล้านนา 3 สายพันธุ์ใหม่ ก่ำเจ้า มช. 107, ก่ำหอม มช. และก่ำดอยสะเก็ด ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค พร้อมผลักดันสู่เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการกำจัดแมลงและไข่แมลงในข้าวด้วยเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ UTD RF (Uniform Thermal Distribution of Radio Frequency) พร้อมโลโก้มาตรฐานรับรอง ยกระดับข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจจากผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทยครบวงจร

ข้าวสายพันธุ์ใหม่ “ก่ำเจ้า มช.107” ต้านมะเร็งกระเพรา-ป้องกันโรคหัวใจ-ลดน้ำตาลในเลือด ผลงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือพร้อมกระจายให้เกษตรกรครั้ง 7 พ.ย.นี้ พร้อมพัฒนาจากสายพันธุ์พื้นเมืองเป็นพันธุ์ใหม่อีก 2 สายพันธุ์ คือ ก่ำหอม มช. และก่ำดอยสะเก็ด ณ แปลงทดลองสาขาวิชาพืชไร่ ภาควิชาพืชศาสตร์และปฐพีศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ น.ส.ทิพวัลย์ เวชชการัณย์ ผอ.สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) พร้อม ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ได้เปิดตัวข้าวพันธุ์ใหม่ของประเทศไทย คือ ข้าวก่ำเจ้า มช. 107 ที่มาจากการปรับปรุงสายพันธุ์ระหว่างข้าวก่ำดอยสะเก็ดกับข้าวหอมมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าเมล็ดสีดำสนิท ไม่มีสีอื่นเจือปน

ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผย อุทยานฯ ผสานความร่วมมือกับคณะนักวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกข้าวในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ส่งเสริมวิจัยพัฒนาข้าวก่ำล้านนาสายพันธุ์ใหม่ผ่านโครงการวิจัยร่วมกับภาคเอกชน (Collaborative Research Program) พร้อมผลักดันผลงานวิจัยเข้าโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือผ่านโครงการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของภาคเอกชนในพื้นที่ (Industrial Research and Technology Capacity Development Program : IRTC) ในฐานะหน่วยงานแม่ข่ายดำเนินการขับเคลื่อนอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต่อยอดงานวิจัยด้วยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปพัฒนาและยกระดับข้าวไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ข้าวอย่างครบวงจรตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)

รองศาสตราจารย์ ดร.ชนากานต์ เทโบลต์ พรมอุทัย อาจารย์นักวิจัยจากภาควิชาพืชศาสตร์และปฐพีศาสตร์ สาขาวิชาพืชไร่ กล่าวว่า ข้าวก่ำล้านนาสายพันธุ์ใหม่มีจุดเริ่มต้นจากคณะวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ศึกษา ทดลอง วิจัยและพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีการปรับปรุงและการคัดเลือกพันธุ์ในแบบต่าง ๆ จนได้ข้าวก่ำสายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาจากสายพันธุ์พื้นเมืองเดิมถึง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ก่ำเจ้า มช. 107, ก่ำหอม มช. และก่ำดอยสะเก็ด ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าข้าวสายพันธุ์ยอดนิยมอย่างข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 โดยมีปริมาณธาตุเหล็ก สังกะสี และสารแอนโทไซยานินสูง ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการป้องกันโรคหัวใจ ลดคอเรสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด ยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งกระเพาะ การหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และการรวมตัวของเกล็ดเลือด

   

ดร.ปณิตา บุญสิทธิ์ อีกหนึ่งในคณะนักวิจัยกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ข้าวก่ำทั้ง 3 สายพันธุ์ มีลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน โดยก่ำเจ้า มช. 107 นั้น มีเยื่อหุ้มเมล็ดจะมีสีม่วงดำสนิท ไม่มีสีอื่นปน และเมื่อหุงสุกหรือเย็นแล้วเม็ดข้าวก็ยังคงมีลักษณะอ่อนนุ่ม สำหรับก่ำหอม มช. จะมีกลิ่นหอม มีปริมาณธาตุเหล็ก สังกะสี และแอนโทไซยานินสูง โดยข้าวสายพันธุ์นี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนการใช้เทคโนโลยีพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้ข้าวก่ำคุณภาพดีที่สุด ตอบสนองความต้องการของตลาดในอีก 2-3 ปีข้างหน้า สำหรับสายพันธุ์ก่ำดอยสะเก็ด เมล็ดจะมีเปลือกสีม่วง เป็นข้าวเหนียวดำที่มีปริมาณแกมมาโดไรซานอล วิตามินอี และสารแอนโทไซยานินในระดับสูง พร้อมกระจายพันธุ์แก่เกษตรกร

“เมื่อหุงสุกหรือเย็นแล้วเมล็ดข้าวก็ยังคงมีลักษณะอ่อนนุ่ม อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีปริมาณธาตุเหล็ก สังกะสี และสานแอนโทไซยานินสูง ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการป้องกันโรคหัวใจ ลดคอเรสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด ยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งกระเพาะ การหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และการรวมตัวของเกร็ดเลือด ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 300-550 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ถ้าดูแลดี ๆ อาจได้ผลผลิตสูงถึง 600-700 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะนี้ได้ขึ้นทะเบียนพันธุ์กับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว”

ด้าน รศ.ดร.ชนากานต์ เทโบลต์ พรมอุทัย นักวิจัยกล่าวว่า ก่ำเจ้า มช.107 เป็นข้าวก่ำล้านนาสายพันธุ์ใหม่ มีการพัฒนาพันธุ์จากข้างเหนียวมาเป็นข้าวเจ้า ใช้เวลาทดลองประมาณ 10 ปี จึงประสบความสำเร็จ ข้าวพันธุ์ใหม่ถือเป็นการพัฒนาและยกระดับข้าวไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างครบวงจร ขณะนี้มีเกษตรกรต้นน้ำกว่า 100 รายได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกและสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์และปลูกข้าวก่ำสายพันธุ์ใหม่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการกลางน้ำ โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือผลักดันให้เกิดมูลค่าเพิ่ม การกระจายเมล็ดพันธุ์ โดยจะมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวก่ำสายพันธุ์ใหม่สู่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน “ล้านนา 4.0 พลิกโฉมเมืองเหนือด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม” วันที่ 7 พ.ย.นี้ ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่

ขณะที่ น.ส.ทิพวัลย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ยังได้พัฒนาข้าวก่ำสายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาจากสายพันธุ์พื้นเมืองเดิมอีก 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวก่ำหอม มช. เป็นข้าวเหนียว มีกลิ่นหอม มีปริมาณธาตุเหล็ก สังกะสี และแอนโทไซยานินสูง โดยข้าวสายพันธุ์นี้ยังอยู่ในขั้นตอนการใช้เทคโนโลยีพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้ข้าวก่ำคุณภาพดีที่สุด และข้าวก่ำดอยสะเก็ด เมล็ดจะมีเปลือกสีม่วง เป็นจ้าวเหนียวดำที่มีปริมาณแกมมาโดไรซานอล วิตามินอี และสารแอนโทไซยานินระดับสูง และพร้อมกระจายพันธุ์แก่เกษตรกร

ปัจจุบันข้าวก่ำทั้ง 3 สายพันธุ์ได้รับการพัฒนาและยกระดับข้าวไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างครบวงจร จากงานวิจัยในระดับแปลงทดสอบมาจนถึงปัจจุบันมีเกษตรกรต้นน้ำกว่า 100 ราย ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูก และสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์และปลูกข้าวก่ำสายพันธุ์ใหม่เพื่อเข้าสู่กระบวนการกลางน้ำ โดยอุทยานฯ ผลักดันให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการกำจัดแมลงและไข่แมลงในข้าวด้วยคลื่นความถี่วิทยุ UTD RF (Uniform Thermal Distribution of Radio Frequency) โดยเป็นเทคโนโลยีที่สามารถกำจัดแมลงและไข่แมลงในข้าวได้ตลอดทั้งวงจรชีวิต ช่วยให้เก็บรักษาข้าวได้นานขึ้น รวมถึงไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของข้าว นับเป็นเทคโนโลยีทางเลือกหนึ่งที่สามารถทดแทนการใช้สารเคมีได้ และอุทยานฯ ยังส่งเสริมให้เกิดการกระจายเมล็ดพันธุ์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้  พร้อมสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์นวัตกรรมผ่านพิธีมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวก่ำสายพันธุ์ใหม่สู่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการครั้งแรก  ในงานลานนา 4.0 พลิกโฉมเมืองเหนือด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาให้แก่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ข้าวเหนียวดำดอยสะเก็ด บ้านลวงใต้ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปต่อยอดขยายจำนวนเมล็ดพันธุ์ สร้างรายได้จากการจำหน่าย และสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบต่าง ๆ ให้แก่เกษตรกรต่อไป

 

ที่มา   https://www.cmu.ac.th/researchnewsdetail.php?id=1194&rsstype_id=2  ,  https://today.line.me/TH/pc/article/9Z0WaK?utm_source=copyshare&fbclid=IwAR1f0EM-sdemoccwJN2iLNGYObcfZJOlbGM26PPGWfeQ_TxabWSfdT_qxts

Leave a comment

Related Posts