ก้าวที่ดีของศูนย์ข้าวชุมชนบ้านทับนา แหล่งพันธุ์ข้าวคุณภาพ

จากการส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตข้าวของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ส่งผลให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของพันธุ์ข้าวที่ดีมีผลต่อการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ และลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมาก เพราะต้นข้าวที่เกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่ดีจะมีความแข็งแรง ต้านทานต่อโรคและแมลง ให้ผลผลิตสูง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือพันธุ์ข้าวที่ทางราชการผลิตไม่เพียงพอแก่ความต้องการของเกษตรกร จึงเกิดนโยบายให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการผลิตพันธุ์ข้าวโดยส่งเสริมให้เกษตรกรรู้จักวิธีการผลิตพันธุ์ข้าวไว้ใช้เองและขยายผลไปสู่เพื่อนเกษตรกร โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้เริ่มก่อตั้งกลุ่มผู้จัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ชื่อว่า ศูนย์ข้าวชุมชน

เริ่มจากนำเกษตรกรที่มีแนวคิดเดียวกันมาร่วมเป็นกลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวระดับเกษตรกร และทำหน้าที่เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ทางด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งของการลดรายจ่าย สร้างเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกร สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ในการนี้นับเป็นโอกาสดีของเกษตรกร “ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านทับนา” ตำบลบ้านเชี่ยน อำเภอหันคา เป็นเกษตรกรกลุ่มย่อย ชุมชนที่ 1 ของตำบลบ้านเชี่ยน เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่คว้าโอกาสที่ดี เมื่อรัฐบาลให้การสนับสนุนตามโครงการเสริมสร้างรายได้เพื่อเกษตรกรรายย่อย ด้วยการจัดหาเครื่องคัดเมล็ดพันธุ์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อจะได้ไม่ต้องไปจ้างเอกชนคัดเมล็ดพันธุ์ ซึ่งต้องเสียเงินจำนวนไม่น้อย

คุณสมคเน เผือกเพ็ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านทับนา ตำบลบ้านเชี่ยน อำเภอหันคา เล่าว่า ตำบลบ้านเชี่ยน แบ่งออกเป็น 2 ชุมชน ในชุมชนที่ 1 เกษตรกรกลุ่มย่อยให้ความสนใจในการรวมกลุ่มและจัดทำโครงการมาก จึงมี 2 โครงการ คือจัดหาเครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว และโรงสีข้าวชุมชน ในส่วนของกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว มีสมาชิกประกอบด้วย เกษตรกรหมู่ที่ 1 บ้านบึงฉวาก หมู่ที่ 5, 6 บ้านดอนกอก หมู่ที่ 7 บ้านไร่สวนลาว หมู่ที่ 8 บ้านดอนโก และหมู่ที่ 11 บ้านหนองทาระกู มีพื้นที่ทำนา ประมาณ 8,000 ไร่ ส่งผลให้มีความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวจำนวนมาก ก่อนทำโครงการได้จัดทำเวทีประชาคมชี้แจงการจัดทำโครงการ วิเคราะห์ศักยภาพ ระดมปัญหา และวิธีแก้ปัญหา

สมาชิกจากศูนย์ข้าวชุมชนซึ่งปัจจุบันมีแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 840 ไร่ ได้เสนอปัญหาการจัดทำเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี แต่ขาดเครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว จำเป็นต้องจ้างเอกชนคัดเมล็ดพันธุ์ให้ด้วยราคาไม่น้อย หรือบางครั้งจำเป็นต้องจำหน่ายให้เอกชนทั้งแปลงในราคาที่สูงกว่าแปลงข้าวทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงชักชวนเกษตรกรทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมรวมสมาชิกเริ่มแรก จำนวน 28 คน ช่วยคิดและเขียนโครงการเสนอต่อคณะกรรมการระดับตำบล และอำเภอ ตามลำดับ วัตถุประสงค์เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับใช้ในชุมชน และจำหน่ายต่อไป โดยไม่ต้องไปจ้างเอกชนคัดเมล็ดพันธุ์ที่อื่น

เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีจำหน่ายในศูนย์พันธุ์ข้าวชัยนาท

ข้าวเจ้า พันธุ์ กข 41

ได้จากการผสม 3 ทางระหว่าง ลูกผสมชั่วที่ 1 ของ CNT85059-27-1-3-2 และสุพรรณบุรี 60   นำไปผสมพันธุ์กับ RP217-635-8 ที่สถานีทดลองข้าวชัยนาทในฤดูนาปี 2539  ปลูกชั่วอายุที่ 1 ในฤดูนาปี 2540  และปลูกคัดเลือกชั่วอายุที่ 2 และ 3 จนได้เมล็ดชั่วอายุที่ 4 ที่สถานีทดลองข้าวชัยนาท  จากนั้นนำไปปลูกชั่วอายุที่ 5 – 6 ที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ตั้งแต่ฤดูนาปรัง 2541 ถึง ฤดูนาปรัง 2542 จนได้สายพันธุ์ CNT96028-21-1-PSL-1-1 ปลูกศึกษาพันธุ์ฤดูนาปรัง 2543  และเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานีฤดูนาปี 2544 ที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ กรมการข้าว  มีมติรับรองพันธุ์ ชื่อ  กข41 เพื่อแนะนำให้เกษตรกรปลูก เมื่อวันที่  17  กันยายน  2552

เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ความสูงประมาณ 104 เซนติเมตร อายุเก็บเกี่ยว 105 วัน กอตั้ง ต้นแข็ง ใบและกาบใบสีเขียว ใบธงตั้งตรง คอรวงโผล่พ้นจากกาบใบธงเล็กน้อย ยอดเกสรตัวเมียสีขาว เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง เปลือกเมล็ดมีขนสั้น รูปร่างเรียว เมล็ดข้าวเปลือก ยาว x กว้าง x หนา = 10.40 x 2.5 x 2.0 มิลลิเมตร เมล็ดข้าวกล้อง ยาว x กว้าง x หนา = 7.7 x 2.2 x 1.8 มิลลิเมตร ปริมาณอมิโลสสูง  (27.15%) คุณภาพการสีดีได้ข้าวเต็มเมล็ด ระยะพักตัวของเมล็ดพันธุ์ประมาณ 9-10 สัปดาห์ ให้ผลผลิต ประมาณ 722 กิโลกรัมต่อไร่ มีลักษณะเด่นคือ ผลผลิตสูง มีเสถียรภาพดี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 722 กก./ไร่ สูงกว่าสุพรรณบุรี 1 (645 กก./ไร่) และชัยนาท 1 (640 กก./ไร่) คิดเป็นร้อยละ 12 และ 13 ตามลำดับ แต่ไม่แตกต่างจากพิษณุโลก 2 (719 กก./ไร่) ค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และโรคไหม้ คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดีเป็นข้าวเจ้าเมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดี สามารถสีเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ได้ พื้นที่แนะนำ เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทาน ภาคเหนือตอนล่าง สำหรับเป็นทางเลือกของเกษตรกรในการป้องกันการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้ง ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในระดับสูงเกินไปจะทำให้เกิดโรครุนแรง อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ในเขตจังหวัดนครปฐมและปทุมธานีการปลูกในช่วงกลางเดือนกันยายน – พฤศจิกายน จะกระทบอากาศเย็นทำให้ผลผลิตต่ำกว่าปกติ

ข้าวเจ้า พันธุ์ กข 57

ผสมพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี ในปี 2537 จากนั้นนำไปปลูกคัดเลือกลูกผสมชั่วที่ 2-6 ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จนได้สายพันธุ์ SPR94007-PTT-27-2-9-3 ปลูกศึกษาพันธุ์และนำเช้าเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี สายพันธุ์ SPR94007-PTT-27-2-9-3 ให้ผลผลิตไม่แตกต่างจากสายพันธุ์เปรียบเทียบและสถานการณ์การแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดสีน้ำตาลเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงฤดูนาปลัง 2548 เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จึงได้นำสายพันธ์ที่อยู่ในระหว่างการเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานีทั้งหมดจำนวน 140 สายพันธุ์ไปทดลองซ้ำปฏิกิริยาต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในเรือนทดลองที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี พบว่าสายพันธุ์นี้เป็นเพียง 1 ใน 2 สายพันธุ์ที่ไม่ถูกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทำลายในการทดลองคราวนั้นทั้งหมด 140 สายพันธุ์ จึงได้ถอนต้นกล้าของสายพันธุ์นี้จากกระบะทดสอบแมลงไปปักดำไว้ในกระถางแล้วเก็บเกี่ยวเมล็ดแบบแยกรวง ในฤดูนาปี 2548 แบ่งเมล็ดจากแต่ละรวงส่วนหนึ่งนำไปทดสอบความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอีกครั้งส่วนเมล็ดที่เหลือนำไปปลูกในแปลงทดลองโดยแต่ละรวงให้รหัสสายพันธุ์เดียวกัน พบว่ามี 2 สายพันธุ์ ที่มีความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระดับ MR-R คือ SPR94007 -27-2-9-3-1 และ SPR94007-27-2-9-3-2 จึงเก็บเกี่ยวเมล็ดทั้ง 2 สายพันธุ์ จากแปลงทดลองนำไปปลูกขยายพันธุ์และศึกษาลักษณะทางเกษตรในฤดูนาปรัง 2549 ถึงฤดูนาปี 2550 แล้วคัดเลือกสายพันธุ์ SPR94007-27-2-9-3-2 เข้าสู่กระบวนการเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานีในฤดูนาปี 2550 เปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานีตั้งแต่นาปี 2551 ถึงฤดูนาปี 2553 เปรียบเทียบผลผลิตในราษฎร์ตั้งแต่ฤดูนาปรัง 2554 ถึงฤดูนาปรัง 2555 ในขณะเดียวกันได้ทำการทดสอบการตอบสอนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน และทดสอบผลผลิตข้าวในพื้นที่ที่มีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและปลูกทดสอบเสถียรภาพผลผลิต คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมการวิชาการเกษตร มีมติให้เป็น พันธุ์รับรองเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 ลักษณะประจำพันธุ์ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยว 107-110 วัน (วิธีหว่านน้ำตม) 117-120 วัน (วิธีปักดำ) ความสูง 115-120 เซนติเมตร มีลักษณะกอตั้ง ลำต้นค่อนข้างแข็ง ใบสีเขียว มุมปลายใบตั้งตรง ใบธงยาว 46.5 เซนติเมตร กว้าง 1.38 เซนติเมตร มุมใบธงตั้งตรง รวงยาว 25.7 เซนติเมตร รวงแน่นปานกลาง คอรวงโผล่เล็กน้อย เมล็ดร่วงง่าย ข้าวเปลือกสีฟางยาว 10.75 มิลลิเมตร กว้าง 2.54 มิลลิเมตร หนา 2.11 มิลลิเมตร ข้าวกล้องรูปร่าง ยาว 7.41 กว้าง 2.23 มิลลิเมตร หนา 1.90 มิลลิเมตร ข้าวสารยาว 6.98 มิลลิเมตร กว้าง 2.04 มิลลิเมตร หนา 1.79 มิลลิเมตร เป็นข้าวอมิโลสสูง (27.33%) ความคงตัวของแป้งสุกอยู่ในระดับแป้งอ่อน (การไหลของแป้ง 92 มิลลิเมตร) ให้ผลผลิตสูง มีเสถียรภาพดี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 714 กิโลกรัมต่อไร มีลักษณะเด่น ศักยภาพการให้ผลผลิตสูงถึง 1,169 กิโลกรัมต่อไร่ ที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี พื้นที่แนะนำคือ พื้นที่นาชลประทาน

คุณสมคเน กล่าวถึงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวว่า การทำพันธุ์ข้าวนั้นไม่ได้ยุ่งยากไปกว่าการปลูกข้าวปกติเท่าใดนัก หลังจากซื้อพันธุ์ข้าว สำหรับผลิตพันธุ์ข้าว จากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาท กรมการข้าว แล้วดำเนินการดังนี้ เลือกแปลงนาที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ การเตรียมแปลง ต้องกำจัดข้าวเรื้อในนาออกให้หมด โดยการไถพรวน แล้วไขน้ำเข้าให้ข้าวเรื้องอก หลังจากข้าวงอก กำจัดข้าวปนที่ทำให้พันธุ์ข้าวไม่บริสุทธิ์ ทำทั้งหมดทุกระยะการเจริญเติบโต อย่างน้อย 4 ครั้ง คือ

  • ระยะต้นอ่อน ดูสีของต้นว่าจะมีสีตรงตามลักษณะพันธุ์หรือไม่ และผิดแปลกไปจากต้นอื่น ๆ หรือไม่ สิ่งที่สังเกตง่าย ๆ คือ ลักษณะการเจริญเติบโตของต้น ได้แก่ ทรงกอ ความสูงใบ ขนาดของใบ ลักษณะการชูใบ บางพันธุ์ใบตั้ง บางพันธุ์ใบแผ่ บางพันธุ์ใบตก
  • ระยะเจริญเติบโตหรือระยะแตกกอ ดูลักษณะทรงกอ การแตกกอ ความสูง สีต้นกาบใบและใบ
  • ระยะออกดอก กำจัดต้นที่ออกดอกไม่พร้อมกับต้นข้าวส่วนใหญ่
  • ระยะข้าวแก่ ดูลักษณะเมล็ด สีของเปลือกให้ตรงตามพันธุ์ ลักษณะต่าง ๆ ของต้นในการพิจารณาข้าวปนหรือข้าวกลายพันธุ์ ข้าวพันธุ์เดียวกันควรมีการเจริญเติบโตสม่ำเสมอกันออกดอกพร้อมกัน ไม่ควรแตกต่างกันมากเกินกว่า 7 วัน เมล็ดที่มีหางมักจะปรากฏเสมอในต้นข้าวกลายพันธุ์รวง ลักษณะของรวงข้าวแต่ละพันธุ์แตกต่างกัน ความสั้นยาวของรวง ความถี่ นอกจากนี้ ข้าวเจ้าบางพันธุ์ จะมีท้องไข่ ก่อนการเก็บเกี่ยวตรวจดูในแปลงอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเห็นว่ามีต้นข้าวบางต้นยังมีลักษณะผิดไปจากต้นข้าวส่วนใหญ่ เช่น ลำต้นสูงหรือต่ำผิดปกติ ให้เกี่ยวออกต่างหาก

เมื่อเห็นว่าต้นข้าวในแปลงสุกแก่เสมอกันดีจะเกี่ยวนวดทันที ด้วยเครื่องนวดที่ทำความสะอาดอย่างดี ไม่มีเมล็ดข้าวอื่นตกค้างอยู่ นำไปตากและเข้าเครื่องแยกสิ่งเจือปน แล้วนำมาตากแดด 1-2 แดด ฝัดให้สะอาดแล้วบรรจุกระสอบเก็บไว้ในที่แห้งร่มเย็น มีอากาศถ่ายเท พร้อมที่จะจำหน่าย

คุณสมคเน กล่าวเสริมอีกว่า โครงการเสริมสร้างรายได้เพื่อเกษตรกรรายย่อย เป็นโครงการที่ดี ตอบโจทย์แก้ปัญหาของเกษตรกรได้อย่างแท้จริง อีกทั้งเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เลือกซื้อวัสดุด้วยกลุ่มของเกษตรกร โดยมี ท่านดงพล รุจิธรรมธัช นายอำเภอหันคา และทีมงานคณะกรรมการเป็นที่ปรึกษากลุ่มเกษตรกร ส่งให้ผลที่ได้รับออกมาเป็นที่ถูกใจของเกษตรกร ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวสมาชิกเกษตรกรกลุ่มย่อยทุกคนตระหนักดีว่า ถ้ากลุ่มดำเนินการผลิตอย่างดี รักษาไว้ซึ่งคุณภาพทุกขั้นตอน เพื่อรักษาคุณภาพไม่เพียงรักษาลูกค้าไว้เท่านั้นยังคงช่วยเหลือเพื่อนเกษตรกร ประเทศชาติในการผลิตพืชอาหารที่มีคุณภาพ เพราะพันธุ์ข้าวที่บริสุทธิ์ให้ผลผลิตที่ดี ลดต้นทุนการผลิตเพราะทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช เป็นปัจจัยพื้นฐานอีกประการหนึ่งของการผลิตพืชอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชน สร้างหนุนให้ประเทศไทยก้าวไกลสู่ครัวโลก น่านำไปใช้ในการผลิตพันธุ์ข้าว หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ต่อไป

แต่ยังมีข้อจำกัดอยู่คือ มีลานตากเพียง 1 แห่ง ไม่เพียงพอแก่ความต้องการตากพันธุ์ข้าวของสมาชิก และเครื่องมืออีกหลายอย่าง ถ้ารัฐบาลมีโครงการดี ๆ เช่นนี้ กลุ่มก็ขอน้อมรับเพื่อพัฒนาต่อไป และขอขอบพระคุณรัฐบาลที่ได้เสนอโครงการดี ๆ ให้แก่เกษตรกร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอหันคา โทร. (056) 451-031 และ (081) 379-7338

 

ที่มา   https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_87542

http://cnt-rsc.ricethailand.go.th/

Leave a comment

Related Posts