การใช้ประโยชน์จาก “ดินปนทราย”

5_0

พื้นที่การเกษตรในประเทศไทยนั้นแตกต่างกันไปตามภูมิภาพและท้องถิ่น การที่จะได้ผลผลิตที่ดีนั้นจำเป็นต้องคัดเลือกพื้นที่เพาะปลูกด้วยไม่ใช่ว่าอยากปลูกอะไรก็ปลูกได้ เพราะคุณภาพของผลผลิตจะเป็นตัววัดว่าดินและสภาพแวดล้อมที่ทำการปลูกนั้นดีและเหมาะสมหรือไม่เพียงใด เป็นต้นว่าคิดจะปลูกยางพาราต้องมีสภาพดินที่เป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียว หรือดินร่วนปนทรายนิดๆ และสภาวะแวดล้อมต้องมีน้ำไม่ขาด การปลูกในสภาวะที่ไม่เหมาะอาจได้ผลผลิตแต่ไม่มีคุณภาพ ต้องมีการปรับเปลี่ยนพันธุ์พืชเพื่อให้เหมาะและเข้ากับดินในภูมิประเทศนั้นๆ

ดินร่วนปนทราย หรือดินทรายที่เฉลี่ยแล้วมีมากกว่าดินปกตินั้น เหมาะกับการปลูกพืชชนิดใด คำถามนี้เหมือนเป็นปัญหาที่เกษตรกรผู้มีที่ดินและอยากเพิ่มมูลค่าพื้นที่ดินของตนเอง มีหลายส่วนแนะนำให้ปลูกสน ยางนา หรือไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ ทั้งสัก ยูคาลิปตัส ฯลฯ ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเป็นพื้นที่ๆ ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรมากนัก และไม่ต้องเน้นในการดูแลปรับปรุงรักษามากนัก เพราะไม้จำพวกนี้มีการดูแลไม่นานก็สามารถเติบโตเองได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม แต่หากต้องมีในเรื่องของผลผลิตตามมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจแล้วล่ะก็ต้องมาพิจารณาหลายกรณีด้วยกัน

หลายคำถามบอกว่า ดินปนทรายปลูกอะไรถึงงาม หรือจะเพาะปลูกอะไรดีในดินปนทราย ผมเคยเกร่นไปแล้วว่า ตัวอย่างการปลูกมะม่วงในวงปูนซีเมนต์ ได้ผลผลิตค่อนข้างดี และหากควบคุมระบบน้ำได้ ปัญหาต่างๆ จะไม่ค่อยเกิดขึ้นนัก แต่หลายคนถามมาอีกว่า ดินที่มีสภาพมีทรายปนมากกว่า 70% ปลูกอะไรก็ขึ้นยากแม้แต่กล้วย เพราะเวลาแล้งก็แล้งมาก ดินอุ้มน้ำไม่ได้ หากน้ำท่วมก็ท่วมหนัก ขนาดปลูกต้นกระดาษ (ยูคาลิปตัส) ก็ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ ทั้งๆ ที่หาน้ำเก่งขนาดนั้น แสดงว่าน้ำใต้ดิน น้อยมากจนเกือบไม่มีเลย

พืชที่สามารถขึ้นและเติบโตได้ดีในดินทราย หรือดินร่วนปนทราย มีหลายชนิด จริงๆ แล้วแทบจะเรียกว่า ปลูกได้ทุกอย่างไม่แพ้ดินร่วนปกติ ขอแค่ดินไม่เค็ม ไม่เปรี้ยว จนเกินไป หรือมีสารเคมีอื่นๆ มากมายจนเกินไปครับ แต่การปลูกในระยะเริ่มแรก ต้องปรับปรุงบำรุงสภาพดินก่อน โดยสังเกตุหญ้า ว่าขึ้นและเติบโตดีหรือไม่ หญ้าต่างๆ หาอาหารในหน้าดินระดับไม่ลึกมาก แสดงว่าดินยังมีแร่ธาตุอาหารดีอยู่ อย่างนี้ให้ปลูกพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม ปอเทือง ถั่วเขียว หรือพืชคลุมดินอื่นๆ เช่น คาโลโปโกเนี่ยม เพอร์ราเรีย ก่อนเพื่อทดสอบสภาพดิน หากขึ้นและเติบโตดีก็แสดงว่า ปลูกอะไรก็ขึ้นแน่นอน

การปรับปรุงดินที่มีทรายผสมอยู่มาก

ให้ใช้แกลบดิบหว่าน แล้วไถกลบ โรยปุ๋ยคอก ปุ่ยหมักตามอีกที หรือจะเลี้ยงวัวไว้ซักระยะ ให้ขี้วัวผสมกับดินได้ซักระยะก่อน แบบนี้รับรองปลูกอะไรก็ขึ้นงาม แหล่งที่เป็นดินทรายสำคัญต้องมีแหล่งน้ำเข้าถึง หากไม่มีน้ำ ไม่ว่าจะเป็นดินสภาพแบบไหนก็ปลูกพืชขึ้นยากแน่นอน เมื่อได้ดินดี ธาตุอาหารในดินอุดมสมบูรณ์ ปัญหาคือดินไม่เก็บน้ำ สามารถใช้พืชคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นร่วมด้วยเป็นการแก้ปัญหาดินคายน้ำได้ในระดับหนึ่ง

ตัวอย่างพืชและผลผลิตที่ได้จากการปลูกในพื้นที่ดินทราย หรือดินปนทราย

ปลูกต้นมะม่วงในพื้นที่ดินปนทรายก็สามารถทำได้ดี และได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ เพราะมะม่วงเป็นไม้ผลที่ชอบดินรวนปนทราย เนื้อมะม่วงจะละเอียดรสชาติอร่อย จะมีปัญหาในเรื่องน้ำ เพราะต้นไม้ผลชนิดนี้ในระยะสองปีแรกนั้นต้องการน้ำในการเติบโตมาก ควรให้น้ำจะให้น้ำอย่างทั่วถึงในช่วงแรกที่เป็นต้นรอผลผลิต

การปลูกต้นขี้เหล็กเพื่อรักษาคันดิน ในพื้นที่ดินทราย ขึ้นได้ดีมาก

ผักหวานป่า ก็สามารถขึ้นได้ดีในพื้นที่ดินปนทราย

ถั่วหรั่ง หรือ ถั่วปันหยี เป็นพืชพื้นเมืองที่นิยมปลูกกันมากในภาคใต้ เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่าย มีความทนแล้ง สามารถเจริญเติบโตได้ดีและให้ ผลผลิตสูงในสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เช่น ดินทรายจัด และดินร่วนปนทราย ที่ไม่มีน้ำขัง ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรมี ถั่วหรั่งพันธุ์ดี คือ พันธุ์สงขลา 1 มีอายุเก็บเกี่ยวปานกลาง ประมาณ 120-130 วัน ให้ผลผลิตสูงประมาณ 400-700 กิโลกรัมต่อ ไร่ ขึ้นอยู่กับสภาพดินและระบบการจัดการแปลง

ทางใต้เรียกพืชชนิดนี้ว่า มันขี้หนู ปลูกในเขตพื้นที่ที่เป็นดินทราย เพราะว่ามีหัวใต้ดินเล็กๆ ที่เกิดจากรากที่สามารถรับประทานได้ ทำได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน เช่น แกงเหลือง แกงไตปลา

สับปะรดเป็นพืชทนแล้ง มากครับ ดินที่ปลูกใหม่เป็นดินทรายแล้งๆ ไม่ต้องรดน้ำในช่วงแรกก็ยังทนอยู่ได้

พืชเศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ในพื้นที่ดินปนทราย คือ มันสำปะหลัง พืชไร่ชนิดต่างๆ ที่ไม่ต้องการน้ำมาก พืชที่ต้องการน้ำน้อย

และพืชอีกชนิดหนึ่งที่หลายคนนึกไม่ถึงคือ มะพร้าว ปลูกได้ดีในดินทรายเช่นเดียวกัน

ยังมีดินปนทรายอีกชนิดคือ ดินปราบเซียน หมายถึง ดินทรายเหนียว หน้าดินไม่อุ้มน้ำ แห้งเร็ว แห้งแล้วเนื้อดินแข็งมากๆ ปลูกพริก-มะเขือได้ แต่จะโตช้ากว่าปกติ ปลูกมะละกอโตได้แต่ยอดมะละกอที่เงยขึ้นจะมีขนาดเล็กกว่ามาตรฐานเมื่อเมื่อเทียบกับขนาดของลำต้น ลักษณะอาการนี้บ่งบอกถึงสภาพโครงสร้างดินไม่เหมาะสมสำหรับพืชกลุ่มนี้ แม้จะได้ให้ ปุ๋ยคอก ยิบซั่ม น้ำหมัก ฯลฯ แล้วก็ตาม แนวทางแก้ไข คือ เน้นให้สารอาหารทางใบเป็นหลักสามารถแก้ไขได้

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ เพราะผมเองก็อาจได้มีโอกาสไปทำเกษตรอยู่แถวๆ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ใครหลายคนบอกว่า เป็นดินทราย ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยจะขึ้น จึงอยากไปลองดูบ้าง แต่ยังรอโอกาสอยู่เพราะทั้งระยะทางและเรื่องการงาน เอาเป็นว่าหากมีโอกาสจะลงรูปมาให้ดูกันนะครับ สำหรับการทำเกษตรในพื้นที่ดินทราย

 

ที่มา  https://goo.gl/38hwS8 , https://goo.gl/BjyVPg

Leave a comment

Related Posts