‘กะหล่ำดาว’ ปลูกก็ได้ กินก็ดี

‘กะหล่ำปลี’ เป็นผักที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเมืองไทย เพราะมันสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิดแถมยังนิยมนำมากินแนมกับอาหารชนิดต่างๆ อย่างเช่น ลาบ ส้มตำ ไส้กรอกอีสาน ฯลฯ ได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าในภายหลังจะมีคำเตือนออกมาว่ากะหล่ำปลีไม่ควรกินสดก็ตาม แต่ว่ามันก็กลายเป็นความเคยชินไปซะแล้ว แต่ในสำหรับครั้งนี้ผักที่เรานำมาให้ชมกันนั้นไม่ใช่กะหล่ำปลีธรรมดาที่เราๆ ท่านๆ รับประทานกันอยู่เป็นประจำ แต่มันมีชื่อว่า กะหล่ำปลีดาว กระหล่ำปลีที่นำมาใช้รับประทานก็ได้ หรือจะนำมาปลูกเพื่อใช้เป็นไม้ประดับก็ดีไปอีกแบบ

‘กะหล่ำปลีดาว’ (Brussels Sprout) เป็นผักในตระกูลกะหล่ำแต่มีลักษณะหัวเล็กกว่ากะหล่ำชนิดอื่น ๆ จัดอยู่ในกลุ่มของพืชเมืองหนาว อยู่ในตระกูลของกะหล่ำ เจริญเติบโตเป็นพืชสองฤดูต้องการสภาพปลูกที่มีอุณหภูมิต่ำและความชื้นสูง มีถิ่นกำเนิดแถบเมดิเตอร์เรเนียนและทางตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงภาคเหนือของทวีปยุโรป มีลักษณะทั่วไปเป็นลำต้นอยู่เหนือดิน ระหว่างข้อบริเวณเหนือก้านใบจะมีหน่อ ลักษณะกลมคล้ายกะหล่ำปลี มีขนาดเล็กพอดีคำ ที่เรียกกันว่า กะหล่ำดาว นั่นเอง สำหรับรสชาติจะคล้ายๆยอดอ่อนของคะน้า นำไปผัดน้ำมันหอย แล้วใส่เบคอนหรือหมูกรอบลงไปอีนิดหน่อย จะอร่อยสุดๆไปเลย ทั้งนี้กะหล่ำดาวไม่ได้มีดีแค่หน้าตาน่ากิน รสชาติอร่อย แต่ยังอุดมไปด้วยประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพอีกมากมาย

วิธีการปลูกและดูแลกะหล่ำปลีดาว

ปลูกโดยการนำเมล็ดพันธุ์กะหล่ำดาวมาแช่ในน้ำอุ่นประมาณ  30 นาที ผึ่งให้แห้ง แล้วนำไปปลูกในแผงเพาะกล้าใส่ดินร่วน ปุ๋ยคอก และปุ๋ยหมัก ดูแลรดน้ำเช้า-เย็น เมื่อต้นกล้าอายุได้ 20 วัน ให้ย้ายมาปลูกในกระถางหรือแปลงปลูกที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักเช่นเคย ดูแลรดน้ำสม่ำเสมอทั้งเช้า-เย็น อย่าปล่อยให้ดินแห้งจนเกินไป ติดตั้งตาข่ายบังแสงเพื่อลดอุณหภูมิ หมั่นปลิดยอดทิ้งหากต้องการเก็บเกี่ยวให้เร็วขึ้น

สภาพดินและการเตรียมดิน

กะหล่ำดาว เจริญได้ดีในดินที่ร่วนซุยมีอินทรียวัตถุและไนโตรเจนสูง ระบายน้ำได้ดี pH6.0-6.8 การเตรียมดินควรหว่านปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักก่อนเตรียมดิน ในบางพื้นที่เป็นดินเหนียวหรือดินลูกรัง ควรเจาะร่องปลูกและผสมวัสดุปลูกลงในร่องปลูก

การใส่ปุ๋ยเคมี

กะหล่ำดาว ควรใส่ตามผลการวิเคราะห์ดินและพืช เนื่องจากเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารสูง จึงจำเป็นต้องมีธาตุอาหารพอเพียง สำหรับการเจริญให้ผลผลิตและคุณภาพสูง

การเพาะเมล็ด

กะหล่ำดาว จำนวนเมล็ด 1 กรัมมีประมาณ 350 เมล็ด ทดสอบความงอกก่อนเพาะเมล็ดก่อนเพาะเมล็ดควรแช่เมล็ดในน้ำอุ่น 50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 25-30 นาที นำออกมาผึ่งให้แห้ง อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการงอกของเมล็ด 20-30 องศาเซลเซียส หยอดเมล็ดในถาดเพาะ วัสดุเพาะ ดินร่วน+ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยคอก +12-24-12

การย้ายปลูก

กะหล่ำดาว ย้ายปลูกหลังหยอดเมล็ด 15-20 วัน ระยะปลูก 30-50×75-100 เซนติเมตรขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

การดูแลรักษา

กะหล่ำดาว ในแบ่งแห่งนิยมปลิดยอด เพื่อให้เก็บเกี่ยวเร็วขนาดสม่ำเสมอผลผลิตและคุณภาพสูง โดยปลิดเมื่อต้นเจริญเต็มที่และปลีข้างล่างมีขนาด 0.5-0.75 นิ้ว ในบางแห่งจะทยอยปลิดใบล่างออก เพื่อให้ได้รับแสงแดดและช่วยในการสร้างอาหาร

การให้น้ำ

กะหล่ำดาว(BrusselsSprouts)กะหล่ำดาวเป็นพืชที่ต้องการน้ำสูง และระยะเวลาในการปลูก เก็บเกี่ยวนานเพื่อให้ปลีขนาดใหญ่ ผลผลิตและคุณภาพสูง ควรให้ความชื้นพอเพียงและสม่ำเสมอ หรือ 1-1.5 นิ้วต่ออาทิตย์ หรือ 15-20 นิ้วต่อฤดูปลูก

การเก็บเกี่ยว กะหล่ำดาว 80-100 วันหลังหยอดเมล็ด หรือมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.0-4.0 เซนติเมตร หัวแน่น ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง โดยเริ่มเก็บเกี่ยวจากโคนต้นหลังจากเก็บเกี่ยวและปลิดใบล่าง ต้นเจริญสูงขึ้น ทำให้มีใบและปลีเพิ่มขึ้น การเด็ดยอดให้ปลีขนาดใหญ่และสม่ำเสมอผลผลิตประมาณ 1 กิโลกรัมต่อต้นหลังเก็บเกี่ยวควรลดอุณหภูมิเฉียบพลันลงถึง 2 องศาเซลเซียส ขนส่งโดยการใส่น้ำแข็งในภาชนะบรรจุ

การบรรจุในถุงพลาสติกที่ระบายอากาศได้ จะช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำในพืช เนื่องจากกะหล่ำดาวมีอัตราการหายใจสูง นอกจากนี้การละสมคาร์บอนไดออกไซด์ในภาชนะบรรจุสูงกว่า 20% ทำให้มีกลิ่นและรสชาติเปลี่ยนไป คุณภาพต่ำ ไม่สามารถขายได้

การเก็บรักษา

เก็บรักษา 30 วัน ในอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสความชื้นสัมพัทธ์90-95%อุณหภูมิสูงกว่า 10 องศาเซลเซียสปลีจะเหลืองภายในเวลา 1 อาทิตย์ การเก็บรักษานานจะทำให้ใบเปลี่ยนเป็นสีดำอัตราการเสื่อมของเนื้อเยื่อในอุณหภูมิ 4.4 องศาเซลเซียส จะสูงเป็นสองเท่าของอุณหภูมิ  –1 องศาเซลเซียส

การเก็บรักษาในภาชนะบรรจุประกอบด้วย ออกซิเจน 2.5-5% และคาร์บอนไดออกไซด์ 5-7.5% เก็บรักษาในอุณหภูมิ 4.4 องศาเซลเซียส สามารถยืดอายุการเก็บรักษา 1 อาทิตย์

ประโยชน์ของกะหล่ำดาว

กะหล่ำดาว อุดมไปด้วยวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินซี ที่ช่วยเกี่ยวกับเรื่องภูมิต้านทาน เสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวพรรณ ทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใส อีกทั้งยังมีพฤกษเคมีที่ไปยับยั้งสารก่อมะเร็ง และยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินซี กากใยอาหาร แคลเซียม วิตามินเค ธาตุเหล็ก และเบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ กะหล่ำดาว ยังมีวิตามินและสารผัก ชื่อ เอส มีไทล์เมทิโอนีน หรือรู้จักกันในชื่อของวิตามินยู ที่ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และช่วยบรรเทาอาการปวดท้องอันมีสาเหตุมาจากแผลในกระเพาะ

ในทางการแพทย์มีการใช้ วิตามินยู ในการช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการปวดท้อง อันเกิดจากแผลในกระเพาะและยังช่วยให้การหลั่งของน้ำย่อยทำงานเป็นปกติ นอกจากนี้ วิตามินยู ยังช่วยต้านมะเร็งโดยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในลำไส้ได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญของฮอร์โมนเอสโทรเจนในร่างกาย กะหล่ำดาวจึงเป็นผักที่มีประโยชน์สำหรับคู่สามี-ภรรยาที่ต้องการมีบุตร เพราะ มีกรดโฟลิกสูง เสริมสร้างภาวะวัยเจริญพันธุ์ให้สมบูรณ์ ช่วยลดความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด ช่วยให้มีลูกง่ายขึ้น สามารถลดอัตราเสี่ยงการคลอดลูกที่ไม่สมประกอบได้

กะหล่ำดาวยังเต็มไปด้วยสารไฟโตนิวเทรียนที่ชื่อได-อินโดลิลมีเธน ที่ช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิง และทำให้ภาวะวัยเจริญพันธุ์ในผู้หญิงเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นกะหล่ำดาว จึงเป็นอาหารวิเศษที่สามารถช่วยให้มีลูกได้จริงๆ ยังไม่หมดแค่นั้นกะหล่ำดาวยังเป็นผักที่มีสารจำพวกอินดอล หรือสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ซึ่งสารตัวนี้จะมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งในลำไส้ใหญ่ หรือ มะเร็งของกระเพาะอาหารได้ ซึ่งเห็นจากประโยชน์ของกะหล่ำดาวแล้วน่าที่จะซื้อหามาประกอบอาหารจริงๆ

เมนูกะหล่ำดาว

กะหล่ำดาวสามารถนำมาทำเมนูง่ายๆอย่างเช่น กะหล่ำดาวผัดน้ำมันหอย หรือนำมาลวกรับประทานกับน้ำพริก หรือจะทานกับผักสลัด และอื่นๆ ได้อีกมากมาย แค่มีเคล็ดลับอยู่ที่การหั่นครึ่งก่อนนำไปนาบกับกะทะ จนทำให้ได้สีเกรียมสวย และเพิ่มรสชาติของกะหล่ำดาวให้เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก

ข้อควรระวังในการรับประทานกะหล่ำดาว

ไม่ควรรับประทานกะหล่ำดาวดิบครั้งละมากๆ เพราะว่าจะมีสาร Goitrogen ซึ่งจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์ ทำให้ต่อมไทรอยด์นำไอโอดีนที่อยู่ในเลือดไปใช้ได้น้อย จนเกิดภาวะขาดไอโอดีน และทำให้เกิดโรคคอหอยพอก ซึ่งสารพิษนี้จะไม่เกิดขึ้นหากทำให้สุก อีกทั้งควรรับประทานอย่างพอดีไม่มากจนเกินไป และควรกินสลับกับอาหารอย่างอื่นบ้าง

เมื่อมองจากรูปร่างและประโยชน์ของกะหล่ำดาวแล้ว ก็ชวนอยากหามารับประทานเสียเหลือเกิน ยังไงมื้อหน้าลองมองหาในซุปเปอร์มาเก็ตหรือตลาด มาลองปรุงเป็นอาหารมื้ออร่อยให้คนในบ้านรับประทานแม้ว่ารสชาติอาจติดขมไปหน่อยสำหรับเด็ก แต่หากได้รับประทานกันบ่อยๆ รับรองว่าจะต้องติดใจ เรียกได้ว่าเด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานก็ดี

 

ที่มา : https://bit.ly/2zrMlKChttps://bit.ly/2RhHdzFhttps://bit.ly/2zt18Vl  ,  https://www.honestdocs.co/cauliflower-delicious-and-beneficial

Leave a comment

Related Posts